Saturday, March 5, 2016

รับอุปการะเด็กกำพร้า เพื่อชีวิตที่สดใส ร่วมสร้างอนาคต ให้เด็กกำพร้า ร่วมกัน รับอุปการะเด็กกำพร้า

รับอุปการะเด็กกำพร้า

สมัยนี้ ข้อสงสัย ลูกกำพร้า ได้กลับกลายเป็นข้อสงสัย ระดับประเทศ ไปแล้ว เนื่องด้วย เหตุ หลาย ๆ ชนิด เช่น บุรุษ หญิง มีภาระ ไม่อาจจะรับผิดชอบลูกชายได้ ข้อผูกมัดทางกลุ่มไม่อาจเปิดได้ ขาดสามัญชน อุปถัมภ์ สิ่งต่าง ๆ กลุ่มนี้ทำให้เกิด ข้อสงสัย กำพร้า ขึ้นเหลือเฟือ   เราจะเพ่งว่ามีข่าวสาร ในใจความสำคัญ ผู้เยาว์ลูกกำพร้า การทอดทิ้งเยาวชน การ รับอุปการะเด็กกำพร้า ให้เพ่ง ไม่หยุดแม้แต่ละวัน  มูลเหตุ หลัก ๆ ที่เกิดลูกกำพร้า เกิดของการขาดแคลนความรับผิดชอบ ของบุพการีเยาวชนเป็น สำคัญ ประกอบด้วยกัน ความไม่พร้อมด้วยของบุพการี, ญาติโกโหติกา รวมกระทั่งถึง คนสนิทของบูรพาจารย์ลูกเอง ที่เป็นตัวแปรทำเอากำเหนิด ลูกลูกกำพร้า กลุ่มนี้ขึ้น จากสถิติที่น่าขวัญหนี เราพบว่าซีกของบุคคลทั้งโลกที่พักอาศัยอยู่บนโลก ใบ เล็ก ๆ ใบนี้ ชูไว้ภายในความยากจน  เด็ก พร้อมกับ สกุล สัมผัสดิ้​​นรนประจัญเพื่อความอยู่รอด การละเลยเด็ก การผิดคำสั่ง  ,ไม่รับผิดชอบ,ปิดทาง หรือ ถ้าแม้แม้กระทั่งการล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมกับ ผู้เยาว์ ก็เกิด ขึ้น และมีให้เห็นบ่อย ๆ  ในทางตรงข้าม ปัญหา เด็กลูกกำพร้า ก็บังเกิดมาโดยตรง กับ ที่มา ที่เรียกว่าความ “ ยากจน “  ด้วยกรณีนี้ ดิฉันจึงมองดู สถานสงเคราะห์ต่าง ๆ ออกมา ขออนุญาตความสมรู้ ในการ รับอุปการะเด็กกำพร้า อย่างเป็นอันมาก

รับอุปการะเด็กกำพร้า

รับอุปการะเด็กกำพร้า

ข้อสงสัย เยาวชนกำพร้า สมัยปัจจุบันได้ถูกเฉยเมย กับนับวันจะแปรไปเป็นข้อสงสัยกินเวลา ยากเข็ญแก่การแก้ไขปัญหา และตรวจจากที่ทำงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หน่วยงานในสังกัด กรมพัฒนาสังคม และ สวัสดิการ  กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ที่รอเป็นลู่ทาง เกลาปริศนา ในกระทำ รับอุปการะเด็กกำพร้า ซึ่งฉันจะเห็นว่าล่าสุด มีการนำผู้เยาว์ ของกระทำ ไปชี้บอกมาจาก บ้านเยาวชนต่าง ๆ ออกมา ทำโหดร้าย หรือใช้ผู้ใช้แรงงานเด็ก หรือชี้บอกไปขายต่อให้ เจ้าสัว และใน กับ นอกแดน สำหรับหาทางผลกำไรที่ผู้เยาว์ลูกกำพร้า

รับอุปการะเด็กกำพร้า หรือ การรับผู้เยาว์กำพร้า  ที่เป็นลูกของคนอื่นรับมาชุบเลี้ยง อาจจะพบเพ่งได้รับในสังคมไทยมายาวนาน เช่น รับอุปการะเด็กกำพร้า จาก วงศาคณาญาติ วงศ์วาน กับสามัญชนที่รู้จักคุ้นเคย กันดี แต่ขาดแคลนเงินทุน

 

       การ รับอุปการะเด็กกำพร้า ตามนิติตั้งต้นมีขึ้นขณะมี การข่าวใช้ประมวลกฎปฏิบัติแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ซึ่งขีดเส้นให้จำต้องมีการจดบัญชี ตามพ.ร.บ. จดสารบาญครอบครัว ในปี พ.ศ. 2478

     ใน   พ.ศ. 2508 กรมประชาสงเคราะห์ ได้ ดำเนินการจัดแจงหาจัดวงศ์วาน ที่ อุปการะเด็กกำพร้า ที่ ถูกละเลย โดยมีการออก เป็นระเบียบปฏิบัติ กรมประชาสงเคราะห์ ว่าด้วยการอนุกูลลูกลูกกำพร้า โดยแนวทางจัดหาผู้ชุบเลี้ยงส่งให้แก่ลูกกำพร้า เท่านั้นการดำเนินงานดังที่กล่าวมาแล้วก็ยังเล็กอยู่เจาะจงลูกลูกกำพร้า แค่ในความให้ของกรมประชาสงเคราะห์เท่านั้น และ ในเวลานั้นอีกทั้งไม่มีการเจาะจงให้สถานี สถานพยาบาล หรือ สถานสงเคราะห์ ที่มีเด็กกำพร้า ถูกทิ้งๆ ขว้างๆจะต้องส่งผู้เยาว์ให้กรมประชาสงเคราะห์ พร้อมทั้งปราศจากข้อบังคับหรือสหภาพเฉพาะที่ลงมือหน้าที่สั่งการสนใจงานด้านการ รับอุปการะเด็กกำพร้า มักเกิดระยะส่งให้กอบด้วยการมองหาผลกำไรจากลูกกำพร้ากลุ่มนี้ ที่พบในรูปแบบของการรับเด็กเป็นเลือดเนื้อเชื้อไข ราวปี พ.ศ.2519 - 20 มีการซื้อขายผู้เยาว์กำพร้าให้กับชาวต่างชาติเป็นปริมาณมาก จึงได้มี  มาตรการปกป้องการ การ รับอุปการะเด็กกำพร้า

โดย ห้ามร.พ. สถานพยาบาล หรือ สมาคม ต่างๆ ยกเด็กลูกกำพร้าให้แก่ผู้ใดไปอุปถัมภ์ค้ำชูหรือรับไปเป็นบุตรบุญธรรม ต่อมามีการจัดตั้ง "ศูนย์อำนวยการรับบุตรบุญธรรม" และมีการร่างนิติเฉพาะออกมาเรียกว่า พ.ร.บ.การยอมรับเด็กเป็นลูกเลี้ยง เป็น "ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม" จนปัจจุบัน ซึงนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การรับลูกเป็นบุตรบุญธรรมไม่ว่าเด็กนั้นจะเป็นเยาวชนมี พ่อ แม่ หรือเด็กกำพร้าถูกทิ้ง ต้องดำเนินการภายใต้ข้อคัดลอก ของพ.ร.บ.การรับเด็กเป็นลูกบุญธรรมทุกประการ

 รับอุปการะเด็กกำพร้า

       ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมนั้นกอบด้วยภาระหน้าที่รับผิดชอบในการมอบให้บริการด้านการดำเนินงานสวัสดิการเด็กโดยการ

จัดหาวงศาคณาญาติตอบแทน ให้กับเด็กลูกกำพร้า หรือผู้เยาว์ที่ พ่อ แม่ ไม่สามารถส่งให้การอุปการะสนับสนุนลูกได้ และลูกที่มีข้อบังคับศาลแทนที่การให้ความเห็นด้วยของพ่อแม่ลูก โดยปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการรับลูกเป็นลูกบุญธรรม และต้องดำเนินการตามกรรมวิธีของข้อบังคับอย่างถูกต้อง

โดยจะต้องยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อที่จะจัดหาวงศ์ญาติที่ถูกที่ในการประจำการเป็นพ่อแม่มอบให้แก่ลูก เพื่อให้ลูกได้มีความก้าวหน้าที่ดีทั้งทางด้านร่างกาย ความรู้สึก อารมณ์ พร้อมกับแวดวง รวมทั้งให้การศึกษา เพื่อให้มีชีวิตเป็นปุถุชนที่มีคุณค่าของสังคมต่อไปในภายภาคหน้า

ขั้นตอนการติดต่อขอเป็นครอบครัวอุปการะ กับ รับอุปการะเด็กกำพร้า

ในกทม. อาจจะติดต่อสื่อสารได้ที่ ฝ่ายครอบครัวอุปถัมภ์ ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หรือที่ที่ประกอบการพัฒนาสังคมและสวัสดิการกรุงเทพฯ  ส่วนในต่างจังหวัด ติดต่อได้ที่ หน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในจังหวัดที่ผู้ขออุปการะมีภูมิลำเนาอยู่

โดยต้องใช้เอกสารสำคัญดังนี้

  1. สำมะโนครัว ( สำเนา )
  2. บัตรประชาชน ( สำเนา )
  3. ทะเบียนสมรส หรือ ทะเบียนหย่า หากมี ( สำเนา )
  4. ใบรับรองแพทย์ ( โรงพยาบาลรัฐ )
  5. รูปถ่าย 2 นิ้วครึ่ง จำนวน 2 รูป

การติดตามการเลี้ยงดูลูกกำพร้าที่ขออุปการะ

   เมื่อสกุลอุปการะที่ได้รับอนุมัติ ให้นำลูกไปอุปการะอบรมเลี้ยงดู นักสังคมสงเคราะห์ที่ยอมรับผิดชอบจะติดตามเยี่ยมเด็กกำพร้าและครอบครัวเป็นระยะๆ เพื่อให้เกาะติดและให้คำหารือบอกช่องทางในการเกื้อกูลลูก เพื่อให้เด็กกำพร้าและสกุลคงอยู่ได้และอย่างฉลุย โดยในปีแรกจะตรวจทานไปพบทุก 2 เดือนต่อครั้ง ส่วนในปีถัดถัดไปจะไปพบตามความสมควรแต่ไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง จนกว่าเด็กกำพร้าที่อุดหนุนจะมีวัยครบ 18 ปีบริบูรณ์ หรือเปลี่ยนวิธีการอุปถัมภ์เด็กเป็นการขอรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรม

ขบวนการการดำเนินงานของญาติโกโหติกา รับอุปการะเด็กกำพร้า               

  1. ผู้มีความต้องการ รับอุปการะเด็กกำพร้า ที่อยู่ในความอุปการะของสถานอนุเคราะห์ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

                1.)           รับเรื่องและสัมภาษณ์ข้อมูลเบื้องต้น กับวิเคราะห์สิ่งพิมพ์และให้คำแนะนำตัวต่างๆ

                2.)           สำรวจแวะเยี่ยมเรือนพร้อมทั้งสอบพฤตินัยเกี่ยวกับสภาวะชีพและความเหมาะเจาะ ทั้งนี้อาจร้องขอเอกสารประเทืองในรายที่นำงานพิมพ์มาให้ครบถ้วน ประกอบการพิเคราะห์คุณสมบัติ

                3.)           มีดำเนินเรื่องขออนุมัติคุณสมบัติต่ออธิบดี เพื่อให้ผู้ขอให้ผู้เยาว์ลูกกำพร้า ที่มีสรรพคุณพอควรไปพบเด็กที่สถานบรรเทาทุกข์

                4.)           แจ้งให้ผู้ขอความเกื้อกูลเยาวชนกำพร้าทราบ พร้อมทั้งมีการส่งจดหมายการเข้าสังเกตเด็กให้สถานสงเคราะห์ที่สัมพันธ์เข้าใจ

                5.)           ผู้ขอความเกื้อกูลพบเยาวชนกำพร้าที่มุ่งมาดจะยอมรับอุดหนุน สถานเกื้อหนุนบอกกล่าวเรื่องราวผู้เยาว์ที่พอเหมาะและอาจให้ให้ไปส่งเสียได้ แล้วดำเนินการร้องขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้อุดหนุนเยาวชนกำพร้า

                6.)           แจ้งให้ผู้อุปการะผู้เยาว์กำพร้าทราบ และส่งหนังสือบอกสถานส่งเสริมให้นำไปให้เยาวชนแก่ผู้ร้องขอ รับอุปการะเด็กกำพร้า

                7.)           ในข้อความที่ผู้ร้องขอความเกื้อกูลลูกลูกกำพร้ามีคุณลักษณะไม่เหมาะสม จะแจ้งให้ผู้ขอเกื้อกูลผู้เยาว์ทราบเป็นคู่มือ

                8.)           เกาะติดการอุดหนุนผู้เยาว์ลูกกำพร้าในปีแรกไปหาทุก 2 เดือน ในปีถัดไปไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง ตามความเหมาะ

 

  1. ผู้แสดงความตั้งใจขอเลี้ยงดูเด็กลูกกำพร้าถูกละเลยซึ่งมีผู้เลี้ยงดูไว้ในญาติ

                1.)           รับบท และถามข่าวคราวดั้งเดิม พร้อมตรวจทานงานพิมพ์และให้ข่าวสารต่างๆ

                2.)           พิจารณาไปหาบ้านเรือน และสอบการปฏิบัติเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ตามความพอเหมาะพอควร และความเป็นจริงกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของผู้เยาว์กำพร้า

                3.)           เรื่องที่เยาวชนกำพร้าไม่มีเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับตนเอง และผู้ยอมรับเลี้ยงดูเยาวชนกำพร้าไม่หมายส่งเด็กเข้าสถานที่อนุกูลเพื่อปฏิบัติงานเรื่องใบสำคัญของเยาวชน  ให้ดำเนินเรื่องขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้อุปถัมภ์ลูกกำพร้า

                4.)           กรณีที่เยาวชนกำพร้ามีชื่ออยู่ในบัญชีชื่อบ้านเรือนของผู้ร้องขอแล้ว ให้ดำเนินเรื่องร้องขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้เกื้อกูลผู้เยาว์กำพร้าและขออนุมัตินำชื่อเยาวชนกำพร้าเข้าพักพิงในความเลี้ยงดูของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

                5.)           สถานที่สงเคราะห์เพิ่มนามเด็กกำพร้าเข้าทะเบียนบ้าน พร้อมทั้งส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับเด็กกำพร้า

                6.)           เกาะติดการเลี้ยงลูกกำพร้า โดยในปีแรกต้องไปหา 2 เดือน ต่อครั้ง และปีถัดไปไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง ตามความพอสมควร

ขั้นตอนการดำเนินการขอส่งเสียลูกกำพร้าในสถานส่งเสริมของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการแบบครอบครัวอุปถัมภ์

เราจะเห็นได้ว่า กรรมวิธีการดำเนินการร้องขอ รับอุปการะเด็กกำพร้า ไม่ยุงยากเลย แค่เพียงผมมีใจคอที่คิดจะช่วยเหลือ เด็กเหล่านี้ก็จะได้ รับอุดหนุน แล้ว



เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : https://www.unicef.or.th/supportus/th

No comments:

Post a Comment