Tuesday, March 8, 2016

รับอุปการะเด็กกำพร้า เพื่อชีวิตที่สดใส ร่วมสร้างอนาคต ให้เด็กกำพร้า ร่วมกัน รับอุปการะเด็กกำพร้า

รับอุปการะเด็กกำพร้า

ล่าสุด ปมปัญหา เด็กกำพร้า ได้เปลี่ยนไปเป็นปมปัญหา ระดับบ้านเมือง ไปแล้ว ด้วยเหตุที่ เหตุเดิม หลาย ๆ ชนิด เช่น หนุ่ม วัยสาว มีหน้าที่ ไม่เชี่ยวชาญรับผิดชอบลูกชายได้ ข้อผูกมัดทางวงการไม่อาจบอกกล่าวได้ ขาดสามัญชน อุปการะ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้เกิด ข้อสงสัย เด็กกำพร้า ขึ้นนานาประการ   เราจะสังเกตว่ามีข้อมูล ในกรณี ผู้เยาว์กำพร้า การทิ้งขว้างเด็ก การ รับอุปการะเด็กกำพร้า ให้เจอะ ไม่เว้นแม้แต่ละวัน  เค้ามูล หลัก ๆ ที่เกิดลูกลูกกำพร้า เกิดของการขาดแคลนความรับผิดชอบ สิ่งของบุรพาจารย์ลูกเป็น ประธาน ประกอบและ ความไม่พร้อมของบูรพการี, วงศ์วาน รวมกระทั่งถึง คนสนิทของบูรพาจารย์เยาวชนเอง ที่เป็นตัวแปรเป็นเหตุให้กำเหนิด ลูกลูกกำพร้า กลุ่มนี้ขึ้น จากสถิติที่น่าตื่นตกใจ เราค้นพบว่ากึ่งของสมาชิกทั้งโลกที่อยู่อาศัยอยู่บนโลก ใบ เล็ก ๆ ใบนี้ ทรงไว้ข้างในความแร้นแค้น  ลูก กับ ญาติพี่น้อง แตะต้องดิ้​​นรนปะทะต่อสู้เพื่อที่จะความอยู่รอด การไม่ไยดีเยาวชน การฝืน  ,เมินเฉย,กีดกัน หรือ ถึงจนถึงการล่วงละเมิดทางเพศ กับ เด็ก ก็เกิด ขึ้น และมีให้เห็นบ่อย ๆ  ในทางตรงข้าม คำถาม ผู้เยาว์กำพร้า ก็ปรากฏมาด้วยตรง กับ ที่มา ที่ปรากฎว่าความ “ ยากจน “  ด้วยปัจจัยนี้ ดิฉันจึงมองเห็น สถานสงเคราะห์ต่าง ๆ ออกมา ขอให้ความร่วมกัน ในการ รับอุปการะเด็กกำพร้า อย่างเยอะ

รับอุปการะเด็กกำพร้า

รับอุปการะเด็กกำพร้า

ปริศนา เด็กกำพร้า ช่วงปัจจุบันได้ถูกเมิน พร้อมด้วยนับวันจะเปลี่ยนแปลงคือปมปัญหายืดเยื้อ เลวแก่การแก้ไข และสำรวจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นพิเศษ ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หน่วยงานในสังกัด กรมพัฒนาสังคม และ สวัสดิการ  กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเฝ้ารอเป็นลู่ทาง สะสางข้อสงสัย ในกระทำ รับอุปการะเด็กกำพร้า ซึ่งดีฉันจะเห็นว่าล่าสุด มีการนำลูก ของกระทำ ไปชี้นำมาจาก ที่อยู่เด็กต่าง ๆ ออกมา ทำทารุณ หรือใช้กรรมกรผู้เยาว์ หรือนำไปซื้อขายต่อให้ คนมีสตางค์ ทั้งใน กับ นอกเมือง เพื่อเสาะแสวงหาประโยชน์ของลูกกำพร้า

รับอุปการะเด็กกำพร้า หรือ การรับเยาวชนลูกกำพร้า  ที่เป็นบุตรของบุคคลอื่นรับมาบำรุงบำเรอ อาจพบแลดูมีในสังคมไทยมานาน เช่น รับอุปการะเด็กกำพร้า จาก วงศาคณาญาติ ครอบครัว กับคนที่รู้จักเป็นกันเอง กันดี แต่ขาดแคลนทุนรอน

 

       การ รับอุปการะเด็กกำพร้า ตามกฎปฏิบัติเริ่มต้นมีขึ้นเท่าที่มี การข้อมูลใช้ประมวลข้อบังคับแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ซึ่งออกกฎให้จำเป็นต้องมีการจดรายชื่อ ตามพระราชบัญญัติ จดรายชื่อญาติพี่น้อง ในปี พ.ศ. 2478

     ใน   พ.ศ. 2508 กรมประชาสงเคราะห์ ได้ ดำเนินการจัดหาจัดตระกูล ที่ อุปการะเด็กกำพร้า ที่ ถูกไม่เอาธุระ โดยมีการออก เป็นท่วงที กรมประชาสงเคราะห์ ว่าด้วยการส่งเสริมลูกลูกกำพร้า โดยอย่างจัดหาผู้ชุบเลี้ยงมอบให้แก่เด็กลูกกำพร้า แต่การดำเนินงานดังที่กล่าวมาแล้วก็ยังเล็กอยู่เจาะจงผู้เยาว์ลูกกำพร้า แค่ในความอุดหนุนของกรมประชาสงเคราะห์เท่านั้น พร้อมทั้ง ขณะนั้นอีกต่างหากไม่มีการคะเนให้สำนักงาน สถานพยาบาล หรือ มูลนิธิ ที่มีเยาวชนลูกกำพร้า ถูกไม่เอาใจใส่จะต้องส่งผู้เยาว์ให้กรมประชาสงเคราะห์ พร้อมกับพ้นไปกฎหมายหรือหน่วยงานเฉพาะเจาะจงที่ทำภารกิจควบคุมสอดส่องดูแลงานด้านการ รับอุปการะเด็กกำพร้า จึงเกิดช่องว่างมอบให้มีอยู่การควานกำไรจากลูกลูกกำพร้ากลุ่มนี้ ที่พบในรูปแบบของการรับผู้เยาว์เป็นบุตร ราวปี พ.ศ.2519 - 20 มีการซื้อขายเด็กลูกกำพร้าให้กับชาวต่างประเทศเป็นจำนวนมาก จึงได้มี  มาตรการรักษาการ การ รับอุปการะเด็กกำพร้า

โดย ห้ามร.พ. สถานพยาบาล หรือ สมาคม ต่างๆ ยกผู้เยาว์กำพร้าให้แก่ผู้ใดไปเลี้ยงหรือรับไปเป็นบุตรธิดาบุญธรรม ต่อมามีการจัดตั้ง "ศูนย์อำนวยการรับบุตรบุญธรรม" และมีการร่างกฎเกณฑ์เฉพาะออกมาเรียกว่า พระราชบัญญัติการยอมรับเยาวชนเป็นลูกเลี้ยง เป็น "ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม" จนปัจจุบัน ซึงนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมไม่ว่าเยาวชนนั้นจะเป็นเด็กมี พ่อ แม่ กับเด็กกำพร้าถูกทิ้งขว้าง ต้องดำเนินการภายใต้ข้อกะเกณฑ์ ของพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นลูกเลี้ยงทุกประการ

 รับอุปการะเด็กกำพร้า

       ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมนั้นมีภาระหน้าที่รับผิดชอบในการให้บริการด้านการแก้ไขสวัสดิการเด็กโดยการ

จัดหาญาติชดเชย ให้กับลูกลูกกำพร้า หรือผู้เยาว์ที่ พ่อ แม่ ไม่อาจจะมอบให้การส่งเสียอุ้มชูผู้เยาว์ได้ และเด็กที่มีคำสั่งศาลแทนที่การให้ความเห็นด้วยของพ่อแม่ผู้เยาว์ โดยปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการยอมรับเยาวชนเป็นบุตรบุญธรรม และต้องดำเนินการแบบกรรมวิธีของข้อบังคับอย่างถูกต้อง

โดยจะต้องยึดหลักธรรมาภิบาล สำหรับเฟ้นหาวงศาคณาญาติที่ลงตัวในการปฏิบัติภารกิจเป็นพ่อแม่ส่งให้แก่เยาวชน เพื่อให้ผู้เยาว์ได้มีความเจริญที่ดีทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ทางใจ จิตใจ พร้อมทั้งเข้าผู้เข้าคน รวมทั้งให้การเรียน เพื่อให้มีชีวิตเป็นคนที่มีคุณค่าของวงการต่อไปในภายภาคหน้า

ขั้นตอนการติดต่อขอเป็นครอบครัวเกื้อกูล กับ รับอุปการะเด็กกำพร้า

ในกรุงเทพฯ สามารถสื่อสารได้ที่ ฝ่ายครอบครัวอุปถัมภ์ ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หรือที่ที่ทำการพัฒนาสังคมและสวัสดิการกรุงเทพฯ  ส่วนในต่างจังหวัด ติดต่อสื่อสารได้ที่ หน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในจังหวัดที่ผู้ขออุปการะมีภูมิลำเนาอยู่

โดยต้องใช้ใบแสดงหลักฐานดังนี้

  1. ทะเบียนบ้าน ( สำเนา )
  2. บัตรประชาชน ( สำเนา )
  3. ทะเบียนสมรส หรือ ทะเบียนหย่า หากมี ( สำเนา )
  4. ใบรับรองแพทย์ ( โรงพยาบาลรัฐ )
  5. รูปถ่าย 2 นิ้วครึ่ง จำนวน 2 รูป

การติดตามการเลี้ยงดูผู้เยาว์กำพร้าที่ขออุปการะ

   เมื่อตระกูลอุปการะที่ได้รับอนุมัติ ให้นำเยาวชนไปอุปการะอุ้มชู นักสังคมสงเคราะห์ที่ยอมรับผิดชอบจะเกาะติดเยี่ยมเด็กกำพร้าและครอบครัวเป็นระยะระยะ สำหรับเกาะติดและให้คำขอคำแนะนำชักจูงในการเอาใจใส่เยาวชน เพื่อให้เด็กลูกกำพร้าและตระกูลเข้าอยู่พร้อมกันอย่างสบาย โดยในปีแรกจะตรวจสอบไปพบทุก 2 เดือนต่อครั้ง ส่วนในปีถัดถัดไปจะเยี่ยมตามความเหมาะแต่ไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง จนกว่าเยาวชนลูกกำพร้าที่คุณจะมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ หรือเปลี่ยนวิธีการอุปถัมภ์เยาวชนเป็นการขอรับเด็กเป็นลูกเลี้ยง

วิธีการการดำเนินงานของวงศ์วาน รับอุปการะเด็กกำพร้า               

  1. ผู้มีความจำนง รับอุปการะเด็กกำพร้า ที่อยู่ในความให้ของสถานส่งเสริมของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

                1.)           รับเรื่องและสัมภาษณ์ข้อมูลเบื้องต้น พร้อมด้วยสืบสวนเอกสารและให้คำแนะแนวต่างๆ

                2.)           เลือกคัดเยี่ยมเยียนที่พักอาศัยกับสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาวะความเป็นอยู่และความสอดคล้อง ทั้งนี้อาจร้องของานพิมพ์ประเทืองในรายที่นำงานพิมพ์มาให้ครบถ้วน ประกอบการตรึกตรองคุณสมบัติ

                3.)           มีดำเนินเรื่องขออนุมัติคุณสมบัติต่ออธิบดี เพื่อให้ผู้ขอส่งเสียลูกกำพร้า ที่มีคุณค่าพอควรไปพบเด็กที่สถานที่บรรเทาทุกข์

                4.)           แจ้งให้ผู้ขอคุณเยาวชนลูกกำพร้าเข้าใจ พร้อมด้วยมีการส่งตำราการเข้าตรึกตรองผู้เยาว์ให้สถานที่บรรเทาทุกข์ที่สัมพันธ์รับรู้

                5.)           ผู้ขอเลี้ยงดูพบลูกกำพร้าที่มุ่งจะยอมรับเลี้ยงดู สถานที่สนับสนุนแจ้งประวัติบุคคลผู้เยาว์ที่ควรและสามารถนำไปให้ให้ไปอุปถัมภ์ได้ แล้วดำเนินการร้องขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้คุณเด็กลูกกำพร้า

                6.)           แจ้งให้ผู้เลี้ยงดูเยาวชนกำพร้าทราบ และส่งหนังสือแจ้งสถานสงเคราะห์ให้ส่งให้ลูกแก่ผู้ขอ รับอุปการะเด็กกำพร้า

                7.)           ในเหตุที่ผู้ขอส่งเสียเด็กลูกกำพร้ามีคุณลักษณะไม่เหมาะสม จะแจ้งให้ผู้ร้องขอคุณเยาวชนรับรู้เป็นรายงาน

                8.)           ตามการเอาอกเอาใจเยาวชนลูกกำพร้าในปีแรกไปพบทุก 2 เดือน ในปีถัดไปไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง ตามความเหมาะ

 

  1. ผู้แสดงความตั้งใจร้องขอความเกื้อกูลผู้เยาว์ลูกกำพร้าถูกทอดทิ้งซึ่งมีผู้เลี้ยงดูไว้ในครอบครัว

                1.)           รับหลักใหญ่ และสอบถามข่าวคราวขั้นแรก พร้อมพิจารณางานพิมพ์และให้ข้อมูลต่างๆ

                2.)           สอบทานแวะเยี่ยมอาคารบ้านเรือน และสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพสุขทุกข์ตามความเหมาะ และข้อเท็จจริงเพราะประวัติความเป็นมาของผู้เยาว์ลูกกำพร้า

                3.)           ความที่เด็กกำพร้าไม่มีเอกสารใบแสดงหลักฐานเกี่ยวกับตนเอง และผู้รับคุณลูกกำพร้าไม่คาดหมายส่งเยาวชนเข้าสถานสนับสนุนเพื่อลงมือเรื่องเอกสารสำคัญของเยาวชน  ให้ดำเนินเรื่องขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้อุดหนุนเด็กกำพร้า

                4.)           กรณีที่เยาวชนกำพร้ามีชื่ออยู่ในบัญชีชื่อที่อยู่ของผู้ร้องขอแล้ว ให้ดำเนินเรื่องร้องขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้ให้เยาวชนกำพร้าและขออนุมัตินำชื่อลูกลูกกำพร้าเข้ามาปรากฏในความอุดหนุนของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

                5.)           สถานที่ส่งเสริมเพิ่มชื่อเด็กกำพร้าเข้าทะเบียนบ้าน พร้อมทั้งส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับเด็กกำพร้า

                6.)           ตามการให้เยาวชนกำพร้า โดยในปีแรกต้องเยี่ยม 2 เดือน ต่อครั้ง และปีถัดไปไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง ตามความพอควร

ขั้นตอนการดำเนินการขอคุณลูกกำพร้าในสถานเกื้อกูลของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการแบบครอบครัวอุปถัมภ์

ดีฉันจะเห็นได้ว่า ขบวนการการดำเนินการร้องขอ รับอุปการะเด็กกำพร้า ไม่ยุงยากเลย แค่เพียงข้ามีใจคอที่คิดจะทะนุถนอม เด็กเหล่านี้ก็จะได้ รับให้ แล้ว



เครดิต : https://www.unicef.or.th/supportus/th

No comments:

Post a Comment