Friday, February 19, 2016

รับอุปการะเด็กกำพร้า เพื่อชีวิตที่สดใส ร่วมสร้างอนาคต ให้เด็กกำพร้า ร่วมกัน รับอุปการะเด็กกำพร้า

รับอุปการะเด็กกำพร้า

ปัจจุบัน ปริศนา ลูกกำพร้า ได้กลายเป็นข้อสงสัย ระดับประเทศ ไปแล้ว ด้วยเหตุที่ สาเหตุ หลาย ๆ ชนิด เช่นว่า บุรุษ สาว มีการงาน ไม่เชี่ยวชาญรับผิดชอบเลือดเนื้อเชื้อไขได้ ธุระทางกลุ่มไม่อาจตรงไปตรงมาได้ ขาดคน เลี้ยงดู สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้เกิด ข้อสงสัย ลูกกำพร้า ขึ้นมากมายก่ายกอง   เราจะมองเห็นว่ามีข่าว ในเรื่อง เยาวชนกำพร้า การละเลยลูก การ รับอุปการะเด็กกำพร้า ให้เห็น ตลอดแม้แต่ละวัน  ต้นเหตุ หลัก ๆ ที่กำเหนิดผู้เยาว์กำพร้า กำเหนิดจากการขาดความรับผิดชอบ สิ่งของบูรพาจารย์เด็กเป็น เอ้ ประกอบด้วยกัน ความไม่พร้อมทั้งของบูรพการี, ญาติโกโหติกา รวมกระทั่งถึง คนสนิทของบุพการีผู้เยาว์เอง ที่คือตัวแปรเป็นเหตุให้เกิด ลูกกำพร้า กลุ่มนี้ขึ้น จากสถิติที่น่าตระหนกตกใจ ข้าค้นพบว่ากึ่งของบุคคลทั้งโลกที่อยู่อยู่บนโลก ใบ เล็ก ๆ ใบนี้ ทรงไว้ในความแร้นแค้น  ลูก กับ สกุล แตะดิ้​​นรนแข่งขันสำหรับความอยู่รอด การไม่เอาใจใส่เด็ก การขัดขืน  ,ไม่รับผิดชอบ,กีดกัน กับ ทั้งๆ ที่กว่าการล่วงละเมิดทางเพศ เข้ากับ เยาวชน ก็เกิด ขึ้น และมีให้เห็นบ่อย ๆ  ในทางกลับตาลปัตร ปริศนา ลูกกำพร้า ก็ปรากฏมาด้วยตรง กับ เค้ามูล ที่ปรากฎว่าความ “ ยากจน “  ด้วยปัจจัยนี้ ดิฉันจึงเห็น มูลนิธิต่าง ๆ ออกมา ขอความประสาน ในการ รับอุปการะเด็กกำพร้า อย่างมากมายก่ายกอง

รับอุปการะเด็กกำพร้า

รับอุปการะเด็กกำพร้า

ปัญหา เยาวชนกำพร้า ยุคปัจจุบันได้ถูกไม่เอาธุระ กับนับวันจะเปลี่ยนไปเป็นคำถามยืดเยื้อ ยากแก่การเคลียร์ และพิจารณาจากที่ทำงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หน่วยงานในสังกัด กรมพัฒนาสังคม และ สวัสดิการ  กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ที่เฝ้าคอยเป็นวิถีทาง จัดการข้อสงสัย ในกระทำ รับอุปการะเด็กกำพร้า ซึ่งกระผมจะเห็นว่าล่าสุด มีการนำเยาวชน จากการ ไปนำมาของ ที่พักอาศัยเยาวชนต่าง ๆ ออกมา ทำรังแก หรือใช้กรรมกรเยาวชน หรือชี้บอกไปออกตัวต่อให้ คนมั่งมี ทั้งที่ และ ข้างนอกชาติ เพื่อจะขวนขวายผลดีที่ผู้เยาว์กำพร้า

รับอุปการะเด็กกำพร้า หรือ การรับเด็กกำพร้า  ที่เป็นลูกของบุคคลอื่นรับมาช่วยเหลือ อาจพบเจอได้รับในสังคมไทยมานมนาน เช่น รับอุปการะเด็กกำพร้า จาก ญาติพี่น้อง ลูกพี่ลูกน้อง กับสามัญชนที่รู้จักใกล้ชิด กันดี แต่ขาดแคลนกองทุน

 

       การ รับอุปการะเด็กกำพร้า แบบกฎเกณฑ์เริ่มทำมีขึ้นเท่าที่มี การข้อมูลใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ซึ่งสรุปให้จำเป็นจะต้องมีการจดบัญชีชื่อ ตามพระราชบัญญัติ จดบัญชีสกุล ในปี พ.ศ. 2478

     ใน   พ.ศ. 2508 กรมประชาสงเคราะห์ ได้ ดำเนินการทำหาจัดญาติพี่น้อง ที่ อุปการะเด็กกำพร้า ที่ ถูกทิ้ง โดยมีการออก เป็นแผน กรมประชาสงเคราะห์ ว่าด้วยการสงเคราะห์ผู้เยาว์กำพร้า โดยทางจัดหาผู้อุปการะมอบให้แก่เยาวชนลูกกำพร้า แม้กระนั้นการดำเนินงานดังกล่าวข้างต้นก็ยังแคบอยู่เฉพาะลูกลูกกำพร้า แค่ในความอุปถัมภ์ของกรมประชาสงเคราะห์เท่านั้น พร้อมด้วย ในตอนนั้นยังไม่มีการกะเกณฑ์ให้สถานี สถานพยาบาล หรือ สมาคม ที่มีเยาวชนกำพร้า ถูกเพิกเฉยจะต้องส่งผู้เยาว์ให้กรมประชาสงเคราะห์ พร้อมทั้งไร้ข้อบังคับหรือสหภาพเฉพาะเจาะจงที่ลงมือหน้าที่บังคับบัญชาสนใจงานด้านการ รับอุปการะเด็กกำพร้า มักเกิดระยะห่างมอบให้มีอยู่การควานหากำไรจากเด็กกำพร้ากลุ่มนี้ ที่พบในรูปแบบของการรับเยาวชนเป็นลูก ราวปี พ.ศ.2519 - 20 มีการขายผู้เยาว์ลูกกำพร้าให้กับคนต่างด้าวเป็นจำนวนมาก จึงได้มี  มาตรการดูแลการ การ รับอุปการะเด็กกำพร้า

โดย ห้ามโรงพยาบาล สถานพยาบาล หรือ มูลนิธิ ต่างๆ ยกลูกกำพร้าให้แก่คนใดไปเกื้อกูลหรือรับไปเป็นกุลบุตรบุญธรรม ต่อมามีการจัดตั้ง "ศูนย์อำนวยการรับบุตรบุญธรรม" และมีการร่างเทศบัญญัติเฉพาะออกมาเรียกว่า พ.ร.บ.การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม เป็น "ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม" จนปัจจุบัน ซึงนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การรับเยาวชนเป็นลูกบุญธรรมไม่ว่าผู้เยาว์นั้นจะเป็นลูกมี พ่อ แม่ หรือเด็กลูกกำพร้าถูกทอดทิ้ง ต้องดำเนินการภายใต้ข้อเจาะจง ของพ.ร.บ.การรับเยาวชนเป็นลูกเลี้ยงทุกประการ

 รับอุปการะเด็กกำพร้า

       ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมนั้นกอบด้วยภารกิจรับผิดชอบในการให้บริการด้านการทำงานสวัสดิการเยาวชนโดยการ

หาครอบครัวตอบแทน ให้กับเยาวชนกำพร้า หรือลูกที่ พ่อ แม่ ไม่อาจมอบให้การเลี้ยงดูเอาใจใส่ดูแลผู้เยาว์ได้ และลูกที่มีข้อบังคับศาลสับเปลี่ยนการให้ความยินยอมของพ่อแม่เยาวชน โดยปฏิบัติตามพ.ร.บ.การยอมรับเยาวชนคือลูกเลี้ยง และต้องดำเนินการแบบขบวนการของข้อบัญญัติอย่างถูกต้อง

โดยจะต้องยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อเฟ้นหาครัวเรือนที่พอเหมาะพอควรในการทำหน้าที่เป็นพ่อแม่ส่งให้แก่เด็ก เพื่อให้ลูกได้มีความเจริญที่ดีทั้งทางด้านร่างกาย จิตวิญญาณ จิตใจ พร้อมกับแวดวง รวมทั้งให้การเล่าเรียน เพื่อให้มีชีวิตเป็นสามัญชนที่มีคุณลักษณะของเข้าสังคมต่อไปในคราวหน้า

ขั้นตอนการติดต่อขอเป็นครอบครัวชุบย้อม หรือ รับอุปการะเด็กกำพร้า

ในบางกอก อาจจะติดต่อสื่อสารได้ที่ ฝ่ายครอบครัวอุปถัมภ์ ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หรือที่หน่วยงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการกรุงเทพฯ  ส่วนในต่างจังหวัด โทรได้ที่ สถานีพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในจังหวัดที่ผู้ขออุปการะมีภูมิลำเนาอยู่

โดยต้องใช้เอกสารสำคัญดังนี้

  1. ทะเบียนบ้าน ( สำเนา )
  2. บัตรประจำตัวประชาชน ( สำเนา )
  3. ทะเบียนสมรส หรือ ทะเบียนหย่า หากมี ( สำเนา )
  4. ใบรับรองแพทย์ ( โรงพยาบาลรัฐ )
  5. รูปถ่าย 2 นิ้วครึ่ง จำนวน 2 รูป

การติดตามการเลี้ยงดูเด็กกำพร้าที่ขออุปการะ

   เมื่อครัวเรือนอุปการะที่ได้รับอนุมัติ ให้นำลูกไปอุปการะอบรมเลี้ยงดู นักสังคมสงเคราะห์ที่ยอมรับผิดชอบจะตามเยี่ยมเด็กกำพร้าและครอบครัวเป็นระยะๆ เพื่อที่จะติดตามและให้คำขอความเห็นชักนำในการดูแลลูก เพื่อให้เด็กกำพร้าและพี่น้องสิงสู่พร้อมกันอย่างสบาย โดยในปีแรกจะตรวจแวะเยี่ยมทุก 2 เดือนต่อครั้ง ส่วนในปีถัดถัดไปจะแวะเยี่ยมตามความพอสมควรแต่ไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง จนกว่าลูกกำพร้าที่อุปการะจะมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ หรือเปลี่ยนวิธีการคุณเด็กเป็นการขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

กระบวนการการดำเนินงานของตระกูล รับอุปการะเด็กกำพร้า               

  1. ผู้มีความอยาก รับอุปการะเด็กกำพร้า ที่อยู่ในความเลี้ยงดูของสถานสงเคราะห์ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

                1.)           รับเรื่องและสัมภาษณ์ข่าวสารเบื้องต้น กับทดสอบงานพิมพ์และให้คำแนะนำต่างๆ

                2.)           ตรวจเยี่ยมเยียนอาคารบ้านเรือนกับสอบพฤตินัยเกี่ยวกับสถานะทุกข์สุขและความสอดคล้อง ทั้งนี้อาจร้องขอสิ่งพิมพ์ประเทืองในรายที่นำสิ่งพิมพ์มาให้ครบถ้วน ประกอบการไตร่ตรองคุณสมบัติ

                3.)           มีดำเนินเรื่องขออนุมัติคุณลักษณะต่ออธิบดี เพื่อให้ผู้ขอเกื้อกูลเยาวชนลูกกำพร้า ที่มีคุณลักษณะสมกันไปพบเด็กที่สถานที่บรรเทาทุกข์

                4.)           แจ้งให้ผู้ขออุดหนุนลูกกำพร้ารู้ พร้อมด้วยมีการส่งบันทึกการเข้าสังเกตเยาวชนให้สถานที่ช่วยเหลือที่พัวพันรับรู้

                5.)           ผู้ขอความเกื้อกูลพบเยาวชนลูกกำพร้าที่ปรารถนาจะรับเกื้อกูล สถานสงเคราะห์บอกประวัติลูกที่เหมาะสมและอาจจะให้ให้ไปความเกื้อกูลได้ แล้วดำเนินการร้องขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้เลี้ยงดูเยาวชนลูกกำพร้า

                6.)           บอกให้ผู้ส่งเสียเยาวชนกำพร้าทราบ และส่งหนังสือบอกกล่าวสถานที่เกื้อหนุนให้ส่งมอบลูกแก่ผู้ขอ รับอุปการะเด็กกำพร้า

                7.)           ในกรณีที่ผู้ร้องขอให้เด็กลูกกำพร้ามีคุณลักษณะไม่เหมาะสม จะแจ้งให้ผู้ขอส่งเสียเด็กเข้าใจเป็นรายงาน

                8.)           ตามการค้ำจุนผู้เยาว์ลูกกำพร้าในปีแรกเยี่ยมทุก 2 เดือน ในปีถัดไปไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง ตามความพอเหมาะ

 

  1. ผู้แสดงความประสงค์ขอเกื้อกูลเด็กกำพร้าถูกละเลยซึ่งมีผู้เลี้ยงดูไว้ในตระกูล

                1.)           รับกถา และไต่ถามข่าวสารดั้งเดิม พร้อมวิเคราะห์งานพิมพ์และให้ข่าวคราวต่างๆ

                2.)           ตรวจเยี่ยมเยียนเรือน และสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพชีพตามความคู่ควร และความเป็นจริงเพราะด้วยความเป็นมาความเป็นมาของเยาวชนกำพร้า

                3.)           ความที่ผู้เยาว์กำพร้าไม่มีเอกสารเอกสารสำคัญเกี่ยวกับตัวเอง และผู้รับส่งเสียเด็กลูกกำพร้าไม่มุ่งมาดปรารถนาส่งเด็กเข้าสถานเกื้อกูลเพื่อดำเนินกิจการเรื่องเอกสารสำคัญของเด็ก  ให้ดำเนินเรื่องขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้คุณลูกกำพร้า

                4.)           กรณีที่เยาวชนลูกกำพร้ามีชื่ออยู่ในทะเบียนที่พักอาศัยของผู้ขอแล้ว ให้ดำเนินเรื่องขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้เกื้อกูลลูกลูกกำพร้าและขออนุมัตินำชื่อลูกกำพร้าเข้ามาเข้าอยู่ในความคุณของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

                5.)           สถานที่ส่งเสริมเพิ่มนามกรเด็กกำพร้าเข้าทะเบียนบ้าน พร้อมทั้งส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับเด็กกำพร้า

                6.)           ติดตามการดูแลเยาวชนกำพร้า โดยในปีแรกต้องแวะเยี่ยม 2 เดือน ต่อครั้ง และปีถัดไปไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง ตามความควร

ขั้นตอนการดำเนินการขอเลี้ยงดูผู้เยาว์กำพร้าในสถานสนับสนุนของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการแบบครอบครัวอุปถัมภ์

กระผมจะเห็นได้ว่า ขั้นตอนการดำเนินการขอ รับอุปการะเด็กกำพร้า ไม่ยุงยากเลย แค่เพียงข้ามีความคิดที่คิดจะทะนุถนอม เด็กเหล่านี้ก็จะได้ รับส่งเสีย แล้ว



ที่มา : https://www.unicef.or.th/supportus/th

No comments:

Post a Comment