Monday, February 15, 2016

บริจาคเงิน บริจาคใจ

บริจาคเงิน

บริจาคเงิน หามิได้เรื่องลำบากเช่นไรแค่เคลื่อนที่ไปแถบปากซอย หยอดเงินใส่ลังบริจาคในเซเว่นที่มีอยู่ทุกซอยก็แค่เนี้ยง่ายๆจะตายแต่จะมีใครเข้าใจหรือเปล่าว่าเงินตราไปไหนหยอดแล้วสตางค์ไปไหน  ผู้ที่ประสงค์เงินเหลือล้นที่คอยโอกาสจากข้าแค่เพียงข้าพเจ้าบริจาคเงิน คนรับมุ่งหวังแค่ช่องทางที่ดิฉันจะหยิบยื่นมอบให้ แค่บริจาคเงิน เศษสตางค์ เล็กๆน้อยๆนี้ก็อาจจะสร้างหนหน้าให้ใครต่อใครมานักต่อนักแล้ว เชื่อหรือเปล่าว่า สตางค์เหรียญเล็ก ๆที่กระผมไม่ใคร่ปรารถนาเก็บไว้ กับขว้างให้ขอเงินริมถนน ที่ร้องเรียกให้หรู ๆว่าผมได้บริจาคเงินให้เขาด้วยซ้ำ ก็สำหรับเขามิได้ร้องขอ กระผมให้ด้วยความอาสา ขอเงิน มีเงินมีทองกว่าดิฉันหลายทบนักเพราะกากเงินตรานี่ล่ะ คนขอทานบางคนแรก ๆก็ขอไปงั้น ๆ ไร้สิ่งไรทำ หลัง ๆ มีทรัพย์สินเก็บมากเข้าก็ชักเพลิดเพลินใจ กลายเป็นร้องขอจนเป็นอุปนิสัยก็มาก พูดว่าลูกอีช่างขอ แต่ที่ประหลาดกว่านั้นก็เป็นพวกที่ มิได้ขอแบบเดียวกัน แต่ให้ร้องเรียกให้เก๋ว่า บริจาค คนรุ่นเก่า ๆ อาจจะไม่เคยชินกับ การบริจาคอย่างนี้ เพราะด้วยเพรงไม่ค่อยจะมี ระยะนี้ใครมีเด็กวัยกำลังเรียนก็จะเห็นการ บริจาคเงิน เช่นนี้ บริจาคเงินทั้งทีจำเป็นต้อง ห้า หมื่นอัพ กับการจะเข้าชั้นเรียนโรงเรียนซักแห่ง อย่างประเดี๋ยวนี้ ในบางกอกอาจเห็นภาพไม่ค่อยชัดเนื่องจากมีตัวเลือกสถานศึกษามาก แต่ในชนบท มีอำเภอเมือง อำเภอเดียว นักเรียนของทั่วจังหวัดก็คาดหมายจะมาเรียนรู้ในเมือง กระบวนการ บริจาคเงิน ก็เริ่มต้นตรงนี้ ร้องขอช่วยบริจาคเงิน 5 หมื่น ช่วยสถานที่เรียน แล้วเยาวชนจะได้ร่ำเรียน ปวดหรือไม่ ไม่ชำระก็ได้ แต่ไม่ศึกษานี่คือสัจธรรมอันแสนเจ็บร้าวของประธานาธิบดีที่มีลูกหลานยอดเยี่ยม สอบได้แต่ไม่มีช่องทางเรียนรู้เพราะไม่รู้จักคำว่า บริจาคเงิน

 บริจาคเงิน

บริจาคเงิน

บริจาคเงิน ถ้าจะคุยไปแล้ว ประเทศไทยของดีฉันก็ติดอันดับในกรณีการบริจาคเงินกับเขาแบบเดียวกัน เทียบเคียงชั้นคนมั่งมีแถวหน้าก็ว่าได้แม้เอากรณี บริจาคเงินมาเป็นตัววัด ปี สองพันสิบสี่  เราติดอันดับ  3 เรื่องราวบริจาคเงินเลยทีเดียว เพราะว่าคนไทยขี้เห็นอกเห็นใจ กับการบริจาคเงิน มีผลตรวจหามาแล้วว่าเป็นวิถีทางที่คล่องสุด ๆ ที่คนผมจะบริจาคกัน อย่างเวลานี้ที่มีข่าวออกทีวี คนไทยนี้ดี บริจาคให้อารามซะเพียบ จนผู้ร้ายมาชิง ตู้บริจาคไปแล้วถึง แปดใบ เวลานี้ก็ต้องรับสละกล่องรับสละไปพลาง ๆการ บริจาคเงิน ในบ้านข้าพเจ้านิยมบริจาคให้กับสมาคมต่าง ๆ ด้วยจะมุ่งเน้นการบริจาคเงิน ส่งให้เพื่อให้ค้ำจุนเด็กกำพร้า การบริจาคเงิน เพื่อให้เป็นทุนเล่าเรียนผู้เยาว์ พร้อมด้วยถ้าหากเป็นระยะที่มีปัญหาเรื่องภยันตรายต่าง ๆเช่นปี 54 ที่มีน้ำหลากกับปี 46 ที่เกิด สึนามิ คนไทยก็มีการ บริจาคเงิน กันอย่างมาก ส่วนสิทธิประโยชน์ที่ได้รับหากมีการให้ อย่างคนที่บริจาคอย่างอื่นที่หามิได้ตัวเงินตรา ก็เพราะว่าบางคนก็ไม่นิยม บริจาคเงิน แต่ จะสละสิ่งของเครื่องใช้ทดแทน หรือ เสียสละเลือด เสียสละเกร็ดเลือดที่สามารถทำได้ทุกเดือน หรือหากใครของใช้ที่บ้านเยอะแยะก็อาจจะนำไปเสียสละได้ หรือใครพร้อมด้วยที่จะบริจาคตัวตน แขนขา ดวงตา ก็อาจทำได้หากไม่อยากได้บริจาคเงิน การบริจาคเงิน นั้นปัจจุบันนี้มีการกำหนดเป้าประสงค์ชัดเจน เช่น  บริจาคเงิน เพื่อไถ่ชีวีโคควาย บริจาคเงิน เพื่อ เลี้ยงดูอุทกภัย อันนี้จะเป็นเหตุให้กระผมรู้ว่าสตางค์ผมไปที่ใดบ้าง อย่างที่วัด การบริจาคเงิน บางวัด เสียสละ สิบ บาท ยี่สิบ บาท ก็มีการขึ้นนาม แจ้งไว้ว่าใครบริจาคบ้าง ส่วนการนำไปใช้ก็ต้องสุดแต่วัดวาอารามว่าจะใช้ประโยชน์ทำอะไร

บริจาคเงิน

บริจาคเงิน

การบริจาคเงิน กับ การให้ทานสมัยปัจจุบัน หากจะทำก็ต้องเลือกทำให้ดี ให้ตรงจุด ตัวอย่างเช่น การซื้อนก ปลา เพื่อยกมาไปยอม หากมีหมายมั่นดีก็อย่าไปซื้อ นกปลาที่เขามีการจัดเตรียมไว้ มันก็คล้ายไปส่งเสริมให้เขา ไปจับ ไปล่อมาซื้อขาย กับนกที่ฉันปล่อย ๆ ไป มันก็กลับมาที่เดิม ก็นกมันคงอยู่แต่ในกรงไม่รู้เรื่องจะไปไหน หรือการ บริจาคเงิน ให้เด็กขอเงิน หรือคนยาจกต่าง ๆ ยิ่งให้ก็คล้ายเป็นการเลี้ยงดูให้มีวนิพกอยู่ถัดไป ลองผมไม่ให้ ไม่ส่งเสริม เขาก็เลิกขอกันไปเอง การบริจาคเงินครู่เดียวนี้ ดูจะเป็นเรื่องราวปรกติ ไปแล้วสำหรับคนทั่ว ๆไป เพราะแค่คิดว่าหยอดไป ไม่กี่ตังค์ ไม่ต้องคิดกระไรมาก อาทิ ตู้ที่ตั้งอยู่ในร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ กับในห้างที่ ชำระเงินตราค่าของใช้เสร็จปั๊บ ก็เจอตู้บริจาค ดิฉันก็ทำจนเป็นความชอบพอที่ต้องหยอด ด้วยไม่รู้เรื่องว่าสตางค์นั้นเอาไปทำอะไร เอาไปไหน  หรือการบริจาคเงินกับตัวนำต่าง ๆ ที่มีการโหนทางต่าง ๆ ให้ข้าพเจ้า บริจาคเงินกัน เมื่อก่อนจะมีการชวนคนบริจาคเงินโดยมีการจำเรียง คนก็ติดต่อเข้าไปสละจำนวนมาก แม้ใครมีจิตใจที่ทบทวนดูจะสละจริง ๆ ก็ตริตรองกันสักนิดก่อนคิดที่จะหยอดสตางค์ หรือโอนเงินให้ใคร ถ้าหากคิดว่าใช่ ก็บริจาคไปเถอะ อย่างน้อย ๆ ก็ทำให้เพลิดเพลินใจ เงินตราจะไปไหนก็ค่อยมาว่ากัน

บริจาคเงินแล้ว เว้นแต่ได้ความพอใจ หากใครบริจาคบ่อย ๆ ก็ลองดูเรื่องการลดภาษีไว้บ้าง คนกินค่าแรงที่ค่าจ้าง สอง สาม หมื่นทางบริษัทของกระผมมีการหักสตางค์ได้ส่งเงินภาษีไปทุกเดือนหากกระผม ไม่ได้นำสตางค์ที่ข้าเสียสละ ไปทั้งหมดเดือนมาหักลดหย่อนภาษีอากร สมมุติ ค่าตอบแทน 25,000 รวมกันโบนัส อีกเกือบ แปด 9หมื่น รวมกันแล้วจ่ายเงินภาษีไป ใกล้ หกพัน ถ้าชุบเลี้ยงลูกชายลูกหญิง บิดา มารดาด้วย กับ ใช้สิทธิ์ลดจากการบริจาคเงินมาร่วมด้วย ก็จะได้ส่งกลับภาษีอากรเป็นแน่ หากเราสละให้โรงเรียนตามที่สรรพากรเขียนไว้ หลากหลายแห่งก็จะนำรับมาหักลดได้ถึง 2เท่าของยอดสตางค์สละ แต่เช่นนี้ต้องดูบัญชีชื่อจากภาษีอากรพร้อมกันไปกับเพื่อจะได้ใช้สิทธิ์ให้บริบูรณ์

บริจาคเงิน ดิฉันจะบริจาคที่ไหน เมื่อไหร่ หรือให้ใครก็ได้เป็นเงินตราของผม สิทธิของเราที่จะ บริจาคเงิน แต่ ลองนิดนึงว่า เขาเอาไปทำอย่างไร ที่ใด ให้พร้อมกับใคร น่าเชื่อมากน้อยแค่ไหน อย่าเท่า หย่อน ใส่ตู้ ไม่ได้ดูตาม้าตาเรือ ทำแล้วก็ให้ดีนิด แม้เราครุ่นคิด จะ บริจาคเงิน



ที่มา : https://www.unicef.or.th/supportus/th/campaign/Earthquake_Nepal_th

No comments:

Post a Comment