Sunday, February 14, 2016

บริจาคเงิน บริจาคใจ

บริจาคเงิน

บริจาคเงิน หามิได้เรื่องลำบากลำบนสิ่งไรแค่เคลื่อนที่ไปย่านปากซอย หยอดเงินตราใส่ลังบริจาคในเซเว่นที่มีอยู่ทุกซอยก็แค่เนี้ยสะดวกจะตายแต่จะมีใครเข้าใจหรือเปล่าว่าเงินไปไหนหยอดแล้วเงินตราไปไหน  ผู้ที่พึงปรารถนาเงินเป็นอย่างมากที่รอโอกาสจากข้าแค่เพียงเราบริจาคเงิน ผู้รับต้องการแค่หนทางที่ดีฉันจะหยิบยื่นส่งให้ แค่บริจาคเงิน เศษเงินตรา เล็กๆน้อยๆนี้ก็อาจจะสร้างหนหน้าให้ใครๆมานักต่อนักแล้ว เชื่อหรือเปล่าว่า เงินตราเหรียญเล็ก ๆที่เรามิใคร่ประสงค์สะสมไว้ กับขว้างให้ขอทานริมถนน ที่เรียกหามอบให้หรู ๆว่ากระผมได้บริจาคเงินให้เขาด้วยซ้ำ ก็เนื่องจากเขาไม่ร่ำร้อง ผมให้ด้วยความอาสา ขอเงิน มีเงินมีทองกว่าผมหลายเท่านักเพราะกากเงินตรานี่ล่ะ วณิพกบางคนแรก ๆก็ขอไปงั้น ๆ ไร้เช่นไรทำ หลัง ๆ มีสตางค์เก็บมากมายเข้าก็ชักเพลิน กลายเป็นร้องขอจนเป็นนิสัยก็เพียบ พูดว่าลูกอีช่างขอ แต่ที่แปลกกว่านั้นก็เป็นพวกที่ ไม่ขอเช่นเดียวกัน แต่ให้ตั้งชื่อให้เริดว่า บริจาค คนรุ่นเก่า ๆ อาจจะไม่เคยชินกับ การบริจาคอย่างนี้ ด้วยแต่ก่อนนั้นไม่ค่อยจะมี ช่วงนี้ใครมีลูกเต้าวัยกำลังศึกษาก็จะมองเห็นการ บริจาคเงิน ยังงี้ บริจาคเงินทั้งทีจำเป็นจะต้อง ห้า หมื่นอัพ กับการจะเข้าชั้นเรียนสถานศึกษาซักแห่ง อย่างตอนนี้ ในกรุงเทพฯอาจเห็นภาพไม่ค่อยชัดก็เพราะว่ามีตัวเลือกสถานศึกษามากหลาย แต่ในบ้านป่า มีอำเภอเมือง อำเภอเดียว เด็กนักเรียนของทั่วจังหวัดก็อยากจะมาศึกษาเล่าเรียนในเมือง วิธีการ บริจาคเงิน ก็เริ่มตรงนี้ ขอช่วยบริจาคเงิน ห้า หมื่น ช่วยสถานศึกษา แล้วเยาวชนจะได้ศึกษาเล่าเรียน ร้าวรานหรือไม่ มิชำระก็ได้ แต่มิได้เรียนนี่คือความเป็นจริงอันแสนร้าวรานของผู้คุ้มครองที่มีลูกหลานปราดเปรื่อง สอบได้แต่ไม่มีลู่ทางศึกษาเล่าเรียนโดยไม่รู้จักคำว่า บริจาคเงิน

 บริจาคเงิน

บริจาคเงิน

บริจาคเงิน ถ้าหากจะคุยไปแล้ว ประเทศไทยของเราก็ติดอันดับในเรื่องการบริจาคเงินกับเขาแบบเดียวกัน เทียบชั้นคนมีสตางค์แถวหน้าก็ว่าได้แม้เอาเรื่อง บริจาคเงินมาเป็นตัววัด ปี สองพันสิบสี่  ดิฉันติดระดับ  3 กรณีบริจาคเงินเลยทีเดียว เนื่องจากคนไทยขี้สมเพช และการบริจาคเงิน มีผลสำรวจมาแล้วว่าเป็นวิถีทางที่สะดวกสุด ๆ ที่คนกระผมจะเสียสละกัน อย่างเดี๋ยวนี้ที่มีข่าวออกทีวี คนไทยนี้ดี เสียสละให้วัดซะเยอะแยะ จนโจรมาชิง ตู้บริจาคไปแล้วถึง แปดใบ ช่วงนี้ก็ต้องรับสละกล่องรับสละไปพลาง ๆการ บริจาคเงิน ในบ้านเรือนฉันนิยมสละให้กับสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ ด้วยจะเน้นหนักการบริจาคเงิน ส่งให้เพื่อช่วยเหลือลูกกำพร้า การบริจาคเงิน สำหรับเป็นทุนเล่าเรียนเยาวชน และถ้าเป็นขณะที่มีปัญหาเรื่องหายนะต่าง ๆเช่นปี 54 ที่มีน้ำหลากกับปี 46 ที่เกิด คลื่นยักษ์ คนไทยก็มีการ บริจาคเงิน กันอย่างมาก ส่วนสิทธิค่าที่ได้ถ้าหากมีทาน อย่างคนที่เสียสละอย่างอื่นที่มิได้ตัวสตางค์ ด้วยบางคนก็ไม่นิยม บริจาคเงิน แต่ จะเสียสละของเครื่องใช้แทน หรือ เสียสละเลือด บริจาคเกร็ดเลือดที่อาจทำได้ทุกเดือน หรือแม้ใครข้าวของเครื่องใช้ที่ที่อาศัยเยอะก็สามารถพาไปเสียสละได้ หรือใครพร้อมด้วยที่จะสละเนื้อตัว แขนขา ดวงตา ก็อาจทำได้หากไม่ต้องการบริจาคเงิน การบริจาคเงิน ตรงนั้นตอนนี้มีการกำหนดจุดประสงค์ชัดเจน ตัวอย่างเช่น  บริจาคเงิน เพื่อให้ไถ่ชีวิตวัวกระบือ บริจาคเงิน เพื่อให้ ช่วยเหลือน้ำท่วม สิ่งนี้จะเป็นเหตุให้ข้ารู้ว่าเงินตราผมไปแห่งใดบ้าง อย่างที่วัด การบริจาคเงิน บางอาราม สละ สิบ บาท 20 บาท ก็มีการขึ้นชื่อเสียงเรียงนาม แจ้งไว้ว่าใครเสียสละบ้าง ส่วนการนำไปใช้ก็ต้องสุดแต่อารามว่าจะใช้ประโยชน์ทำกระไร

บริจาคเงิน

บริจาคเงิน

การบริจาคเงิน กับ การบำเพ็ญทานปัจจุบัน หากจะทำก็ต้องเลือกทำให้ดี ให้ตรงจุด อาทิเช่น การซื้อนก ปลา เพื่อยกมาไปอนุญาต หากมีหมายใจดีก็อย่าไปซื้อ นกปลาที่เขามีการเตรียมตัวไว้ มันก็เหมือนกับไปสนับสนุนให้เขา ไปจับ ไปล่อมาค้าขาย กับนกที่ดิฉันปล่อย ๆ ไป มันก็แต่กลับมาที่เดิม ก็นกมันคงอยู่แต่ในกรงไม่รู้จะไปไหน กับการ บริจาคเงิน ให้เด็กวณิพก กับคนยาจกต่าง ๆ ยิ่งให้ก็ประดุจดังเป็นการเกื้อหนุนให้มีขอเงินอยู่หลังจากนั้น ลองดีฉันไม่ให้ ไม่ส่งเสริม เขาก็เลิกขอกันไปเอง การบริจาคเงินครู่หนึ่งนี้ ดูจะเป็นเรื่องราวเป็นประจำ ไปแล้วสำหรับคนทั่ว ๆไป เพราะแค่คิดว่าหยอดไป ไม่กี่เงิน ไม่ต้องคิดอะไรมาก ตัวอย่างเช่น ตู้ที่ตั้งอยู่ในร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ กับในห้างสรรพสินค้าที่ ชำระเงินตราค่าของใช้เสร็จปั๊บ ก็เจอตู้บริจาค กระผมก็ทำจนเป็นความเจนที่ต้องหยอด โดยไม่รู้เรื่องว่าเงินนั้นเอาไปทำกระไร เอาไปไหน  กับการบริจาคเงินกับสื่อต่าง ๆ ที่มีการโหนแนวทางต่าง ๆ ให้ดิฉัน บริจาคเงินกัน เมื่อก่อนจะมีการชี้ชวนบุคคลบริจาคเงินโดยมีการเจรียง คนก็โทรเข้าไปสละเหลือหลาย ถ้าหากใครมีจิตใจที่ทบทวนดูจะบริจาคจริง ๆ ก็ใคร่ครวญกันสักนิดก่อนทบทวนดูที่จะหยอดเงิน หรือโอนเงินตราให้ใคร แม้คิดว่าใช่ ก็เสียสละไปเถอะ อย่างน้อย ๆ ก็ทำให้พอใจ เงินตราจะไปไหนก็ค่อยมาว่ากัน

บริจาคเงินแล้ว เว้นเสียแต่ได้ความสบายใจ หากใครบริจาคบ่อย ๆ ก็ลองดูเรื่องการลดภาษีอากรไว้บ้าง คนกินค่าแรงงานที่ค่าจ้างรายเดือน 2 สาม หมื่นทางบ.ของข้ามีการหักเงินตราได้ส่งภาษีอากรไปทั้งปวงเดือนหากเรา มิได้นำสตางค์ที่ฉันสละ ไปทั้งปวงเดือนมาหักลดภาษี สมมุติ ค่าแรงงาน 25,000 รวมโบนัส อีกประมาณ 8 เก้าหมื่น รวมกันแล้วชำระภาษีอากรไป จวนเจียน หกพัน ถ้าอุปการะลูก พ่อ มารดาด้วย พร้อมด้วย ใช้สิทธิลดจากการบริจาคเงินมาคลุกด้วย ก็จะได้กลับคืนภาษีจริงๆ หากดีฉันบริจาคให้สถานศึกษาตามที่สรรพากรกำหนด มากหลายแห่งก็จะนำมาหักลดได้ถึง สองเท่าของยอดสตางค์เสียสละ แต่เช่นนี้ต้องดูรายชื่อจากภาษีพร้อมกันไปกับเพื่อจะได้ใช้สิทธิ์ให้อย่างจัง

บริจาคเงิน กระผมจะสละที่ไหน เมื่อไร หรือให้ใครก็ได้เป็นสตางค์ของข้า สิทธิของกระผมที่จะ บริจาคเงิน แต่ ทดลองนิดนึงว่า เขาเอาไปทำเช่นไร ที่ไหน ให้พร้อมด้วยใคร สมจริงมากน้อยแค่ไหน อย่าเท่า หย่อน ใส่ตู้ ไม่ดูตาม้าตาเรือ ทำแล้วก็ให้ดีนิด หากผมคิด จะ บริจาคเงิน



ที่มา : https://www.unicef.or.th/supportus/th/campaign/Earthquake_Nepal_th

No comments:

Post a Comment