Friday, February 12, 2016

รับอุปการะเด็กกำพร้า เพื่อชีวิตที่สดใส ร่วมสร้างอนาคต ให้เด็กกำพร้า ร่วมกัน รับอุปการะเด็กกำพร้า

รับอุปการะเด็กกำพร้า

สมัยนี้ ข้อสงสัย เด็กกำพร้า ได้เปลี่ยนแปลงเป็นคำถาม ระดับประชาชาติ ไปแล้ว ทั้งนี้เพราะ เหตุผล หลาย ๆ อย่าง อาทิเช่น ชายหนุ่ม ผู้หญิง มีภาระหน้าที่ ไม่ทำเป็นรับผิดชอบลูกชายลูกหญิงได้ ภารกิจทางวงการไม่อาจแพร่งพรายได้ ขาดสามัญชน อุปถัมภ์ สิ่งต่าง ๆ กลุ่มนี้ทำเอาเกิด ปมปัญหา กำพร้า ขึ้นเยอะแยะ   เราจะเห็นว่ามีข่าวสาร ในเหตุการณ์ เด็กกำพร้า การทิ้งขว้างเยาวชน การ รับอุปการะเด็กกำพร้า ให้เห็น ไม่หยุดแม้แต่ละวัน  เค้ามูล หลัก ๆ ที่เกิดเด็กกำพร้า กำเหนิดจากการขาดแคลนความรับผิดชอบ ของบิดามารดาลูกเป็น ประธาน ประกอบกับ ความไม่พร้อมด้วยของพ่อแม่, ตระกูล รวมกระทั่งถึง คนใกล้ชิดของบุพการีเด็กเอง ที่คือตัวแปรทำเอากำเหนิด เด็กกำพร้า กลุ่มนี้ขึ้น จากสถิติที่น่าขวัญหนี ดีฉันค้นพบว่าเศษหนึ่งส่วนสองของสามัญชนทั้งโลกที่เข้าอยู่อยู่บนโลก ใบ เล็ก ๆ ใบนี้ ปรากฏที่ความยากแค้น  ลูก พร้อมทั้ง สกุล จำเป็นดิ้​​นรนประจัญเพื่อที่จะความรอดชีวิต การทิ้งๆ ขว้างๆเยาวชน การฝืน  ,ทิ้ง,ขัดแข้งขัดขา กับ ถึงแม้จนกว่าการล่วงละเมิดทางเพศ เข้ากับ เยาวชน ก็เกิด ขึ้น และมีให้เห็นบ่อย ๆ  ในทางพลิกกลับ ข้อสงสัย เด็กกำพร้า ก็อุบัติขึ้นมาด้วยตรง กับ เหตุผล ที่พูดว่าความ “ ยากจน “  ด้วยข้อความนี้ เราจึงแลดู มูลนิธิต่าง ๆ ออกมา ร่ำขอความสมรู้ ในการ รับอุปการะเด็กกำพร้า อย่างเป็นอย่างมาก

รับอุปการะเด็กกำพร้า

รับอุปการะเด็กกำพร้า

คำถาม ลูกกำพร้า สมัยนี้ได้ถูกเพิกเฉย กับนับวันจะเปลี่ยนแปลงเป็นปริศนายืดเยื้อ ยากเข็ญแก่การแก้ปัญหา พร้อมกับสังเกตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หน่วยงานในสังกัด กรมพัฒนาสังคม และ สวัสดิการ  กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งรออยู่เป็นหนทาง แก้ไขคำถาม ในกระทำ รับอุปการะเด็กกำพร้า ซึ่งฉันจะเห็นว่าประจุบัน มีการนำผู้เยาว์ จากการ ไปชี้นำมาจาก ที่อาศัยเยาวชนต่าง ๆ ออกมา ทำทารุณ หรือใช้ผู้ใช้แรงงานเด็ก หรือชี้บอกไปแลกเปลี่ยนต่อให้ คนมั่งคั่ง ทั้งที่ พร้อมกับ นอกชาติ เพื่อให้เสาะหาผลตอบแทนของผู้เยาว์ลูกกำพร้า

รับอุปการะเด็กกำพร้า หรือ การรับเยาวชนกำพร้า  ที่เป็นบุตรของบุคคลอื่นมาเกื้อกูล อาจค้นพบมองเห็นได้ในสังคมไทยรับมายาวนาน เช่น รับอุปการะเด็กกำพร้า จาก พี่น้อง เครือญาติ หรือสมาชิกที่รู้จักชอบพอ กันดี แต่ขาดแคลนกองทุน

 

       การ รับอุปการะเด็กกำพร้า ตามกฎเกณฑ์ขึ้นต้นมีขึ้นเท่าที่มี การป่าวประกาศใช้ประมวลกฎเกณฑ์แพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ซึ่งกำหนดให้จงมีการจดรายชื่อ ตามพ.ร.บ. จดทะเบียนวงศ์ญาติ ในปี พ.ศ. 2478

     ใน   พ.ศ. 2508 กรมประชาสงเคราะห์ ได้ ดำเนินการเตรียมหาจัดครอบครัว ที่ อุปการะเด็กกำพร้า ที่ โดนละเลย โดยมีการออก เป็นกฎ กรมประชาสงเคราะห์ ว่าด้วยการอนุเคราะห์เยาวชนลูกกำพร้า โดยทำนองจัดหาผู้ชุบเลี้ยงให้แก่เด็กกำพร้า ถึงกระนั้นการดำเนินงานดังที่กล่าวมาแล้วก็ยังเล็กอยู่เจาะจงลูกกำพร้า แค่ในความคุณของกรมประชาสงเคราะห์เท่านั้น พร้อมทั้ง ในตอนนั้นอีกต่างหากไม่มีการกำหนดให้หน่วยงาน สถานพยาบาล หรือ สถานสงเคราะห์ ที่มีผู้เยาว์กำพร้า ถูกเพิกเฉยจะต้องส่งผู้เยาว์ให้กรมประชาสงเคราะห์ พร้อมกับไม่มีกฎเกณฑ์หรือสมาพันธ์เจาะจงที่จัดการหน้าที่ควบคุมช่วยดูแลงานด้านการ รับอุปการะเด็กกำพร้า จึงเกิดระยะห่างมอบให้มีอยู่การเสาะหาผลจากผู้เยาว์ลูกกำพร้ากลุ่มนี้ ที่พบในรูปแบบของการรับเด็กเป็นบุตรชาย ราวปี พ.ศ.2519 - 20 มีการทำการค้าผู้เยาว์กำพร้าให้กับคนต่างด้าวเป็นส่วนมาก จึงได้มี  มาตรการป้องกันการ การ รับอุปการะเด็กกำพร้า

โดย ห้ามร.พ. สถานพยาบาล หรือ สมาคม ต่างๆ ยกผู้เยาว์ลูกกำพร้าให้แก่ผู้ใดไปค้ำจุนหรือรับไปเป็นบุตรชายบุญธรรม ต่อมามีการจัดตั้ง "ศูนย์อำนวยการรับบุตรบุญธรรม" และมีการร่างกฎปฏิบัติเฉพาะออกมาเรียกว่า พระราชบัญญัติการยอมรับลูกเป็นบุตรบุญธรรม เป็น "ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม" จนปัจจุบัน ซึงนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การรับผู้เยาว์เป็นลูกบุญธรรมไม่ว่าผู้เยาว์นั้นจะเป็นผู้เยาว์มี พ่อ แม่ กับเยาวชนลูกกำพร้าถูกไม่เอาธุระ ต้องดำเนินการภายใต้ข้อระบุ ของพระราชบัญญัติการรับเยาวชนเป็นลูกบุญธรรมทุกประการ

 รับอุปการะเด็กกำพร้า

       ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมนั้นมีภาระรับผิดชอบในการส่งให้บริการด้านการจัดการสวัสดิการลูกโดยการ

เฟ้นหาวงศ์ญาติชดเชย ให้กับเยาวชนลูกกำพร้า หรือเด็กที่ พ่อ แม่ ไม่สามารถส่งให้กระทำอุปถัมภ์อุปการะผู้เยาว์ได้ และเด็กที่มีกฎศาลรับสนองการให้ความอ่อนข้อของพ่อแม่ผู้เยาว์ โดยปฏิบัติตามพ.ร.บ.การรับเยาวชนคือลูกบุญธรรม และต้องดำเนินการแบบกระบวนการของข้อบัญญัติอย่างถูกต้อง

โดยจะต้องยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อที่จะหาวงศ์ญาติที่พอเหมาะในการทำงานเป็นพ่อแม่ให้แก่เยาวชน เพื่อให้ผู้เยาว์ได้มีพัฒนาการที่ดีทั้งทางด้านร่างกาย ความรู้สึก อารมณ์ กับกลุ่ม รวมทั้งให้การเล่าเรียน เพื่อให้มีชีวิตเป็นสมาชิกที่มีคุณลักษณะของวงการต่อไปในอนาคตกาล

ขั้นตอนการติดต่อขอเป็นครอบครัวชุบเลี้ยง กับ รับอุปการะเด็กกำพร้า

ในกรุงเทพมหานคร อาจโทรได้ที่ ฝ่ายครอบครัวอุปถัมภ์ ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หรือที่สำนักงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการกทม.  ส่วนในต่างจังหวัด สื่อสารได้ที่ ออฟฟิศพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในเมืองที่ผู้ขออุปการะมีภูมิลำเนาอยู่

โดยต้องใช้ใบสำคัญดังนี้

  1. ทะเบียนสำมะโนครัว ( สำเนา )
  2. บัตรประจำตัว ( สำเนา )
  3. ทะเบียนสมรส หรือ ทะเบียนหย่า หากมี ( สำเนา )
  4. ใบรับรองแพทย์ ( โรงพยาบาลรัฐ )
  5. รูปถ่าย 2 นิ้วครึ่ง จำนวน 2 รูป

การติดตามการเลี้ยงดูผู้เยาว์กำพร้าที่ขออุปการะ

   เมื่อตระกูลอุปการะที่ได้รับอนุมัติ ให้นำลูกไปอุปการะอบรมเลี้ยงดู นักสังคมสงเคราะห์ที่รับผิดชอบจะติดตามเยี่ยมเด็กกำพร้าและครอบครัวเป็นระยะๆ เพื่อจะเกาะติดและให้คำปรึกษาชี้ช่องทางในการเอาอกเอาใจเด็ก เพื่อให้ลูกกำพร้าและพี่น้องคงอยู่กับอย่างอย่างง่ายดาย โดยในปีแรกจะตรวจสอบไปพบทุก 2 เดือนต่อครั้ง ส่วนในปีถัดถัดไปจะแวะเยี่ยมตามความคู่ควรแต่ไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง จนกว่าลูกกำพร้าที่อุปการะจะมีอายุครบ 18 ปีครบ หรือเปลี่ยนวิธีการให้เด็กเป็นการขอรับลูกเป็นบุตรบุญธรรม

ขั้นตอนการดำเนินงานของวงศ์ญาติ รับอุปการะเด็กกำพร้า               

  1. ผู้มีความประสงค์ รับอุปการะเด็กกำพร้า ที่อยู่ในความเกื้อกูลของสถานอุปถัมภ์ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

                1.)           รับเรื่องและสัมภาษณ์ข่าวคราวเบื้องต้น พร้อมทั้งสังเกตเอกสารและให้คำเสนอแนะต่างๆ

                2.)           สอบทานไปหาบ้านเรือนพร้อมทั้งสอบความจริงเกี่ยวกับฐานะสุขทุกข์และความพอประมาณ ทั้งนี้อาจร้องขอเอกสารเพิ่มพูนในรายที่นำเอกสารมาให้ครบถ้วน ประกอบการวินิจคุณสมบัติ

                3.)           มีดำเนินเรื่องขออนุมัติคุณลักษณะต่ออธิบดี เพื่อให้ผู้ขออุปถัมภ์ผู้เยาว์ลูกกำพร้า ที่มีคุณค่าพอควรไปพบผู้เยาว์ที่สถานบรรเทาทุกข์

                4.)           แจ้งให้ผู้ขออุปถัมภ์ลูกลูกกำพร้าตระหนัก พร้อมด้วยมีการส่งรายงานการเข้าคิดทบทวนเยาวชนให้สถานส่งเสริมที่สัมพันธ์รับรู้

                5.)           ผู้ร้องขอคุณพบลูกลูกกำพร้าที่จำนงจะรับคุณ สถานเกื้อหนุนแจ้งประวัติลูกที่สมควรและสามารถให้ให้ไปความเกื้อกูลได้ แล้วดำเนินการร้องขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้อุดหนุนผู้เยาว์กำพร้า

                6.)           บอกให้ผู้อุปการะเยาวชนลูกกำพร้าทราบ และส่งรายงานบอกกล่าวสถานที่อนุเคราะห์ให้แจกลูกแก่ผู้ขอ รับอุปการะเด็กกำพร้า

                7.)           ในความที่ผู้ขอเลี้ยงดูลูกกำพร้ามีคุณลักษณะไม่เหมาะสม จะแจ้งให้ผู้ขอคุณผู้เยาว์รู้เป็นหนังสือ

                8.)           ตามการอุดหนุนผู้เยาว์กำพร้าในปีแรกไปพบทุก 2 เดือน ในปีถัดไปไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง ตามความพอเหมาะพอควร

 

  1. ผู้แสดงความมุ่งหวังขออุดหนุนเยาวชนกำพร้าถูกเพิกเฉยซึ่งมีผู้เลี้ยงดูไว้ในครัวเรือน

                1.)           รับถ้อยคำ และซักถามข่าวสารขั้นแรก พร้อมตรวจสอบเอกสารและให้ข่าวคราวต่างๆ

                2.)           ตรวจสอบไปหาที่อยู่ และสอบพฤตินัยเกี่ยวกับสภาพการครองชีพตามความพอเหมาะ และความจริงด้วยประวัติบุคคลความเป็นมาของผู้เยาว์กำพร้า

                3.)           กรณีที่ผู้เยาว์กำพร้าไม่มีสิ่งพิมพ์หลักฐานเกี่ยวกับตัวเอง และผู้ยอมรับคุณลูกลูกกำพร้าไม่มุ่งหมายส่งผู้เยาว์เข้าสถานสนับสนุนเพื่อลงมือเรื่องใบสำคัญของเด็ก  ให้ดำเนินเรื่องขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้ให้ผู้เยาว์ลูกกำพร้า

                4.)           กรณีที่ผู้เยาว์ลูกกำพร้ามีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่ออาคารบ้านเรือนของผู้ขอแล้ว ให้ดำเนินเรื่องร้องขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้อุดหนุนลูกกำพร้าและขออนุมัตินำชื่อผู้เยาว์ลูกกำพร้าเข้ามาพักพิงในความอุปการะของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

                5.)           สถานที่เกื้อกูลเพิ่มนามาเด็กกำพร้าเข้าทะเบียนบ้าน พร้อมทั้งส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับเด็กกำพร้า

                6.)           เกาะติดการเอาใจใส่ดูแลเยาวชนกำพร้า โดยในปีแรกต้องเยี่ยม 2 เดือน ต่อครั้ง และปีถัดไปไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง ตามความคู่ควร

ขั้นตอนการดำเนินการขออุดหนุนเด็กกำพร้าในสถานที่เกื้อกูลของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการแบบครอบครัวอุปถัมภ์

ดีฉันจะเห็นได้ว่า วิธีการการดำเนินการขอ รับอุปการะเด็กกำพร้า ไม่ยุงยากเลย แค่เพียงข้ามีใจที่คิดจะจุนเจือ เด็กเหล่านี้ก็จะได้ รับส่งเสีย แล้ว



ที่มา : https://www.unicef.or.th/supportus/th

No comments:

Post a Comment