Thursday, February 11, 2016

บริจาคเงิน บริจาคใจ

บริจาคเงิน

บริจาคเงิน มิได้เรื่องยากเข็ญเช่นไรแค่เดินไปแถวปากซอย หยอดเงินตราใส่กล่องบริจาคในเซเว่นที่มีอยู่ทุกซอยก็แค่เนี้ยคล่องจะตายแต่จะมีใครรู้สึกหรือเปล่าว่าเงินไปไหนหยอดแล้วเงินไปไหน  ผู้ที่ใคร่ได้เงินเหลือล้นที่คอยจังหวะจากเราแค่เพียงเราบริจาคเงิน คนรับพึงประสงค์แค่ทางเลือกที่ดีฉันจะหยิบยื่นส่งให้ แค่บริจาคเงิน เศษเงิน เล็กๆน้อยๆนี้ก็สามารถสร้างเบื้องหน้าให้ใครๆมานักต่อนักแล้ว เชื่อหรือเปล่าว่า เงินเหรียญเล็ก ๆที่ผมไม่ใคร่ประสงค์สะสมไว้ กับขว้างให้คนขอทานข้างถนน ที่เรียกให้หรู ๆว่าผมได้บริจาคเงินให้พวกเขาทั้งหลายด้วยซ้ำ ก็ด้วยเขาไม่ได้ร้องขอ ข้าพเจ้าให้ด้วยความอาสา ขอเงิน มั่งมีกว่าข้าพเจ้าหลายเท่านักเพราะกากเงินนี่แหละ ยาจกบางคนแรก ๆก็ขอไปงั้น ๆ ไร้อย่างไรทำ หลัง ๆ มีทรัพย์สินเก็บมากเข้าก็ชักเพลินใจ กลายเป็นขอจนเป็นอุปนิสัยก็มาก ปรากฎว่าลูกอีช่างขอ แต่ที่แผลงกว่านั้นก็เป็นพวกที่ ไม่ขอแบบเดียวกัน แต่ให้เรียกหาให้หรูหราว่า บริจาค คนรุ่นเก่า ๆ อาจจะไม่ชินตากับ การบริจาคเช่นนี้ ทั้งนี้เพราะเมื่อนานมาแล้วไม่ค่อยจะมี ขณะนี้ใครมีลูกหลานวัยกำลังศึกษาก็จะมองเห็นการ บริจาคเงิน ยังงี้ บริจาคเงินทั้งทีจำต้อง 5 หมื่นอัพ กับการจะเข้าห้องเรียนสถานศึกษาซักแห่ง อย่างในเวลานี้ ในกรุงเทพมหานครอาจเห็นภาพไม่ค่อยชัดก็เพราะว่ามีตัวเลือกสถานศึกษาเป็นร้อยเป็นพัน แต่ในต่างจังหวัด มีอำเภอเมือง อำเภอเดียว นักเรียนของทั่วจังหวัดก็มุ่งหวังจะมาศึกษาในตัวเมือง ขั้นตอน บริจาคเงิน ก็เริ่มตรงนี้ ร้องขอช่วยบริจาคเงิน ห้า หมื่น ช่วยสถานศึกษา แล้วเด็กจะได้ศึกษา ทรมานหรือเปล่า ไม่จ่ายก็ได้ แต่มิได้เรียนรู้นี่คือเท็จจริงอันแสนปวดร้าวของประธานาธิบดีที่มีลูกเต้าชาญฉลาด สอบได้แต่ไม่มีโอกาสศึกษาด้วยไม่รู้จักคำว่า บริจาคเงิน

 บริจาคเงิน

บริจาคเงิน

บริจาคเงิน หากจะสนทนาไปแล้ว ประเทศไทยของผมก็ติดอันดับในกรณีการบริจาคเงินกับเขาอย่างเดียวกัน เทียบชั้นคนมั่งคั่งแถวหน้าก็ว่าได้หากเอากรณี บริจาคเงินมาเป็นตัววัด ปี สองพันสิบสี่  ฉันติดระดับ  สาม เรื่องราวบริจาคเงินเลยทีเดียว เพราะด้วยคนไทยขี้เวทนา พร้อมกับการบริจาคเงิน มีผลตรวจงานมาแล้วว่าเป็นขั้นตอนที่สบายสุด ๆ ที่คนฉันจะเสียสละกัน อย่างทุกวันนี้ที่มีข่าวออกทีวี ชาวไทยนี้ดี สละให้อารามซะมากมาย จนคนร้ายมาลัก ตู้บริจาคไปแล้วถึง แปดใบ เดี๋ยวนี้ก็ต้องรับเสียสละกล่องรับสละไปพลาง ๆการ บริจาคเงิน ในอาคารบ้านเรือนดิฉันเป็นที่นิยมเสียสละให้กับสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ ด้วยจะเน้นการบริจาคเงิน มอบให้เพื่อให้เกื้อหนุนเด็กกำพร้า การบริจาคเงิน เพื่อให้เป็นทุนเล่าเรียนเด็ก พร้อมทั้งถ้าหากเป็นระยะที่มีปมปัญหาเรื่องความฉิบหายต่าง ๆเช่นปี ห้าสิบสี่ ที่มีน้ำหลากกับปี 46 ที่เกิด คลื่นยักษ์ ชาวไทยก็มีการ บริจาคเงิน กันอย่างหลาม ส่วนสิทธิ์ผลประโยชน์ที่ได้แม้มีการแจก อย่างคนที่สละอย่างอื่นที่มิได้ตัวสตางค์ เพราะว่าบางท่านก็ไม่เป็นที่นิยม บริจาคเงิน แต่ จะเสียสละสิ่งเครื่องใช้ทดแทน กับ บริจาคเลือด สละเกร็ดเลือดที่สามารถทำได้ทุกเดือน หรือถ้าหากใครข้าวของเครื่องใช้ที่บ้านมากมายก็สามารถพาไปสละได้ หรือใครพร้อมด้วยที่จะสละสรีระ แขนขา ดวงตา ก็อาจจะทำได้หากมิประสงค์บริจาคเงิน การบริจาคเงิน นั้นพักนี้มีการกำหนดเป้าหมายชัดเจน อาทิ  บริจาคเงิน สำหรับไถ่ชีวีโคกระบือ บริจาคเงิน เพื่อให้ ค้ำจุนน้ำหลาก สิ่งนี้จะทำเอากระผมรู้ว่าเงินตราเราไปที่ใดบ้าง อย่างที่วัดวาอาราม การบริจาคเงิน บางอาราม เสียสละ สิบ บาท ยี่สิบ บาท ก็มีการขึ้นชื่อเสียงเรียงนาม แจ้งไว้ว่าใครเสียสละบ้าง ส่วนการนำไปใช้ก็ต้องตามใจอารามว่าจะใช้ประโยชน์ดำเนินงานอย่างไร

บริจาคเงิน

บริจาคเงิน

การบริจาคเงิน กับ การบำเพ็ญทานสมัยปัจจุบัน หากจะทำก็ต้องเลือกสรรทำให้ดี ให้ตรงจุด ดังเช่น การซื้อนก ปลา เพื่อยกมาไปปล่อย หากมีมุ่งหมายดีก็อย่าไปจ่าย นกปลาที่เขามีการเตรียมตัวไว้ มันก็ประหนึ่งไปส่งเสริมให้เขา ไปจับ ไปล่อมาขาย กับนกที่กระผมปล่อย ๆ ไป มันก็แต่มาที่เดิม ก็นกมันอยู่แต่ในกรงไม่รู้จะไปไหน กับการ บริจาคเงิน ให้เด็กยาจก หรือคนวนิพกต่าง ๆ ยิ่งให้ก็ประดุจดังเป็นการเห็นด้วยให้มีวนิพกอยู่รองลงไป ลองกระผมไม่ให้ ไม่สนับสนุน เขาก็เลิกขอกันไปเอง การบริจาคเงินชั่วประเดี๋ยวนี้ ดูจะเป็นเรื่องเป็นปกติ ไปแล้วสำหรับคนทั่ว ๆไป เพราะแค่คิดว่าหยอดไป ไม่กี่ตังค์ ไม่ต้องคิดอย่างไรมาก อาทิเช่น ตู้ที่ตั้งอยู่ในร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ กับในห้างสรรพสินค้าที่ จ่ายเงินค่าของใช้เสร็จปั๊บ ก็เจอตู้สละ ผมก็ทำจนเป็นความกลายเป็นนิสัยที่ต้องหยอด ด้วยไม่รู้เรื่องว่าเงินตรานั้นเอาไปทำอะไร เอาไปไหน  หรือการบริจาคเงินกับสื่อต่าง ๆ ที่มีการโหนกระแสต่าง ๆ ให้ดิฉัน บริจาคเงินกัน เมื่อก่อนจะมีการเชื้อเชิญบุคคลบริจาคเงินด้วยมีการขับลำ คนก็โทรศัพท์เข้าไปบริจาคเหลือล้น ถ้าใครมีความคิดที่คิดจะเสียสละจริง ๆ ก็ยั้งคิดกันสักนิดก่อนคิดดูที่จะหยอดสตางค์ กับโอนเงินให้ใคร หากคิดว่าใช่ ก็สละไปเถอะ อย่างน้อย ๆ ก็ทำให้สบายใจ สตางค์จะไปใดก็ค่อยมาว่ากัน

บริจาคเงินแล้ว เว้นแต่ได้ความแจ่มใส หากใครเสียสละบ่อย ๆ ก็ลองดูเรื่องราวการลดหย่อนภาษีไว้บ้าง คนกินค่าแรงงานที่ค่าตอบแทนรายเดือน สอง สาม หมื่นทางบ.ของกระผมมีการหักเงินได้ส่งภาษีไปทั้งปวงเดือนหากข้า ไม่ได้นำเงินตราที่ดีฉันสละ ไปทั้งปวงเดือนมาหักลดภาษีอากร ต่างว่า ค่าตอบแทน 25,000 รวมเบ็ดเสร็จเงินพิเศษ อีกเกือบ แปด 9หมื่น รวมแล้วชำระภาษีไป เกือบ หกพัน ถ้าค้ำจุนบุตร คุณพ่อ มารดาด้วย พร้อมกับ ใช้สิทธิลดจากการบริจาคเงินมาร่วมมือด้วย ก็จะได้กลับภาษีแน่ๆ หากฉันสละให้สถานที่เรียนตามที่สรรพากรกำหนด เยอะแยะแห่งก็จะนำรับมาหักลดหย่อนได้ถึง สองเท่าของยอดสตางค์เสียสละ แต่ดังนี้ต้องดูรายนามจากภาษีควบคู่ไปกับเพื่อให้จะได้ใช้สิทธิให้เต็มที่

บริจาคเงิน ข้าจะสละที่ใด ครั้งไหน กับให้ใครก็ได้เป็นสตางค์ของข้า สิทธิของฉันที่จะ บริจาคเงิน แต่ ทดลองนิดนึงว่า เขาเอาไปทำสิ่งไร ที่ใด ให้กับใคร เหมือนจริงมากน้อยแค่ไหน อย่าแค่ หย่อน ใส่ตู้ มิได้ดูตาม้าตาเรือ ทำแล้วก็ให้ดีนิด ถ้าดิฉันทบทวนดู จะ บริจาคเงิน



เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : https://www.unicef.or.th/supportus/th/campaign/Earthquake_Nepal_th

No comments:

Post a Comment