Sunday, February 21, 2016

รับอุปการะเด็กกำพร้า เพื่อชีวิตที่สดใส ร่วมสร้างอนาคต ให้เด็กกำพร้า ร่วมกัน รับอุปการะเด็กกำพร้า

รับอุปการะเด็กกำพร้า

ปัจจุบันนี้ ปริศนา เด็กกำพร้า ได้เปลี่ยนแปลงเป็นปริศนา ระดับประเทศชาติ ไปแล้ว ดังที่ เค้ามูล หลาย ๆ ชนิด ดังเช่น ผู้ชาย วัยแรกรุ่น มีภาร ไม่สามารถรับผิดชอบสายเลือดได้ ภาระหน้าที่ทางเข้าผู้เข้าคนไม่อาจบอกกล่าวได้ ขาดแคลนสามัญชน ให้ สิ่งต่าง ๆ กลุ่มนี้ทำเอาเกิด ปริศนา เด็กกำพร้า ขึ้นเหลือเฟือ   เราจะพบว่ามีประกาศ ในถ้อยคำ ลูกกำพร้า การละทิ้งลูก การ รับอุปการะเด็กกำพร้า ให้แลดู กราวรูดแม้แต่ละวัน  ต้นเหตุ หลัก ๆ ที่เกิดเด็กลูกกำพร้า เกิดจากการขาดแคลนความรับผิดชอบ ของบุรพาจารย์เยาวชนเป็น ยิ่งใหญ่ ประกอบพร้อม ความไม่กับของบุพการี, ญาติพี่น้อง รวมกระทั่งถึง คนใกล้ชิดของบูรพการีเยาวชนเอง ที่คือตัวแปรทำเอาเกิด เด็กลูกกำพร้า เหล่านี้ขึ้น จากสถิติที่น่าตระหนกตกใจ ผมพบว่าเศษหนึ่งส่วนสองของสมาชิกทั้งโลกที่เข้าอยู่อยู่บนโลก ใบ เล็ก ๆ ใบนี้ พักข้างในความยากจน  ลูก พร้อมด้วย วงศ์วาน จำต้องดิ้​​นรนผจญสำหรับความอยู่รอด การทิ้งขว้างเยาวชน การขัดขืน  ,ทิ้งๆ ขว้างๆ,กัน กับ สมมติว่าจนถึงการล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมด้วย เยาวชน ก็เกิด ขึ้น และมีให้เห็นบ่อย ๆ  ในทางพลิกกลับ คำถาม ผู้เยาว์ลูกกำพร้า ก็เกิดขึ้นมาโดยตรง กับ เหตุ ที่เรียกว่าความ “ ยากจน “  ด้วยเนื้อความนี้ ผมจึงสังเกต มูลนิธิต่าง ๆ ออกมา ขอความให้ความร่วมมือ ในการ รับอุปการะเด็กกำพร้า อย่างยิ่ง

รับอุปการะเด็กกำพร้า

รับอุปการะเด็กกำพร้า

ปมปัญหา เด็กลูกกำพร้า ปัจจุบันนี้ได้ถูกเย็นชา พร้อมกับนับวันจะแปรไปคือปมปัญหาเรื้อรัง ชั่วแก่การดัดนิสัย และตรวจทานจากองค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หน่วยงานในสังกัด กรมพัฒนาสังคม และ สวัสดิการ  กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งรอเป็นหนทาง เกลาปัญหา ในการ รับอุปการะเด็กกำพร้า ซึ่งดีฉันจะเห็นว่าปัจจุบัน มีการนำลูก จากการ ไปยกมามาที่ อาคารบ้านเรือนเด็กต่าง ๆ ออกมา ทำใจร้าย หรือใช้แรงงานเยาวชน หรือนำทางไปซื้อขายต่อให้ คฤหบดี และที่ พร้อมกับ นอกเมือง เพื่อแสวงหากำไรของเด็กลูกกำพร้า

รับอุปการะเด็กกำพร้า หรือ การรับเด็กลูกกำพร้า  ที่เป็นลูกของคนอื่นมาปรนนิบัติวัตถาก สามารถพบเห็นได้ในสังคมไทยรับมายาวนาน เช่น รับอุปการะเด็กกำพร้า จาก วงศ์ญาติ ตระกูล หรือสมาชิกที่รู้จักเป็นกันเอง กันดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

 

       การ รับอุปการะเด็กกำพร้า แบบนิติเริ่มต้นมีขึ้นเท่าที่มี การป่าประกาศใช้ประมวลนิติแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ซึ่งขีดคั่นให้สัมผัสมีการจดรายชื่อ ตามพ.ร.บ. จดบัญชีชื่อวงศาคณาญาติ ในปี พ.ศ. 2478

     ใน   พ.ศ. 2508 กรมประชาสงเคราะห์ ได้ ดำเนินการเตรียมหาจัดครัวเรือน ที่ อุปการะเด็กกำพร้า ที่ โดนทิ้ง โดยมีการออก เป็นเกณฑ์ กรมประชาสงเคราะห์ ว่าด้วยการส่งเสริมเด็กลูกกำพร้า โดยวิธีการจัดหาผู้ชุบเลี้ยงให้แก่ผู้เยาว์กำพร้า เท่านั้นการดำเนินงานดังที่กล่าวมาแล้วก็ยังเล็กอยู่เฉพาะผู้เยาว์ลูกกำพร้า แค่ในความอุปถัมภ์ของกรมประชาสงเคราะห์เท่านั้น พร้อมทั้ง ขณะนั้นอีกต่างหากไม่มีการออกกฎให้สถานี สถานพยาบาล หรือ มูลนิธิ ที่มีเยาวชนกำพร้า ถูกละทิ้งจะต้องส่งเยาวชนให้กรมประชาสงเคราะห์ พร้อมทั้งปราศจากนิติหรือองค์กรเฉพาะที่ดำเนินงานหน้าที่สั่งช่วยดูแลงานด้านการ รับอุปการะเด็กกำพร้า มักเกิดระยะห่างส่งให้กอบด้วยการสืบเสาะผลตอบแทนจากเด็กลูกกำพร้าเหล่านี้ ที่พบในรูปแบบของการรับเด็กเป็นเลือดเนื้อเชื้อไข ราวปี พ.ศ.2519 - 20 มีการค้าขายผู้เยาว์กำพร้าให้กับต่างชาติเป็นมากมาย จึงได้มี  มาตรการคุ้มครองการ การ รับอุปการะเด็กกำพร้า

โดย ห้ามโรงพยาบาล สถานพยาบาล หรือ สถานสงเคราะห์ ต่างๆ ยกลูกกำพร้าให้แก่ผู้ใดไปอุปถัมภ์หรือรับไปเป็นลูกชายลูกหญิงบุญธรรม ต่อมามีการจัดตั้ง "ศูนย์อำนวยการรับบุตรบุญธรรม" และมีการร่างนิติเฉพาะออกมาเรียกว่า พ.ร.บ.การยอมรับเด็กเป็นลูกเลี้ยง เป็น "ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม" จนปัจจุบัน ซึงนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การยอมรับเยาวชนเป็นบุตรบุญธรรมไม่ว่าเด็กนั้นจะเป็นเยาวชนมี พ่อ แม่ กับเด็กลูกกำพร้าถูกทิ้งขว้าง ต้องดำเนินการภายใต้ข้อบังคับ ของพระราชบัญญัติการรับผู้เยาว์เป็นลูกเลี้ยงทุกประการ

 รับอุปการะเด็กกำพร้า

       ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมนั้นมีอยู่ภารกิจรับผิดชอบในการให้บริการด้านการบริหารสวัสดิการเยาวชนโดยการ

หาสกุลตอบแทน ให้กับลูกกำพร้า กับเด็กที่ พ่อ แม่ ไม่อาจจะมอบให้กระทำเกื้อกูลช่วยเหลือเยาวชนได้ และผู้เยาว์ที่มีคำสั่งศาลยุติธรรมสนองการให้ความอนุญาตของพ่อแม่ลูก โดยปฏิบัติตามพ.ร.บ.การรับเด็กคือบุตรบุญธรรม และต้องดำเนินการแบบขั้นตอนของกฎเกณฑ์อย่างถูกต้อง

โดยจะต้องยึดหลักธรรมาภิบาล สำหรับเฟ้นหาสกุลที่เข้าท่าเข้าทางในการประจำการเป็นพ่อแม่ให้แก่เด็ก เพื่อให้เด็กได้มีพัฒนาการที่ดีทั้งทางด้านร่างกาย ความรู้สึก ความรู้สึก พร้อมด้วยเข้าสังคม รวมทั้งให้การหาความรู้ เพื่อให้มีชีวิตเป็นบุคคลที่มีคุณลักษณะของแวดวงต่อไปในภายภาคหน้า

ขั้นตอนการติดต่อขอเป็นครอบครัวเลี้ยงดู หรือ รับอุปการะเด็กกำพร้า

ในกทม. อาจสื่อสารได้ที่ ฝ่ายครอบครัวอุปถัมภ์ ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หรือที่ที่ทำงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการกทม.  ส่วนในต่างจังหวัด สื่อสารได้ที่ ที่ทำงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในเมืองที่ผู้ขออุปการะมีภูมิลำเนาอยู่

โดยต้องใช้ใบสำคัญดังนี้

  1. ทะเบียนบ้าน ( สำเนา )
  2. บัตรประจำตัวประชาชน ( สำเนา )
  3. ทะเบียนสมรส หรือ ทะเบียนหย่า หากมี ( สำเนา )
  4. ใบรับรองแพทย์ ( โรงพยาบาลรัฐ )
  5. รูปถ่าย 2 นิ้วครึ่ง จำนวน 2 รูป

การติดตามการเลี้ยงดูผู้เยาว์ลูกกำพร้าที่ขออุปการะ

   เมื่อญาติอุปการะที่ได้รับอนุมัติ ให้นำลูกไปอุปการะเลี้ยง นักสังคมสงเคราะห์ที่ยอมรับผิดชอบจะเกาะติดเยี่ยมเด็กกำพร้าและครอบครัวเป็นระยะๆ เพื่อจะติดตามและให้คำขอคำแนะนำแนะแนวในการเลี้ยงเยาวชน เพื่อให้เด็กกำพร้าและพี่น้องไปพร้อมกันอย่างฉลุย โดยในปีแรกจะตรวจค้นไปพบทุก 2 เดือนต่อครั้ง ส่วนในปีถัดถัดไปจะไปพบตามความเป็นการสมควรแต่ไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง จนกว่าลูกกำพร้าที่ให้จะมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ หรือเปลี่ยนวิธีการให้เยาวชนเป็นการขอรับเยาวชนเป็นลูกบุญธรรม

ขั้นตอนการดำเนินงานของวงศ์วาน รับอุปการะเด็กกำพร้า               

  1. ผู้มีพระราชประสงค์ รับอุปการะเด็กกำพร้า ที่อยู่ในความอุดหนุนของสถานส่งเสริมของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

                1.)           รับเรื่องและสัมภาษณ์ข่าวคราวเบื้องต้น กับตรวจสอบสิ่งพิมพ์และให้คำชักจูงต่างๆ

                2.)           สอบทานแวะเยี่ยมที่อยู่พร้อมกับสอบการปฏิบัติเกี่ยวกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่และความกลมกลืน ทั้งนี้อาจร้องของานพิมพ์เพิ่มปริมาณในรายที่นำสิ่งพิมพ์มาให้ครบถ้วน ประกอบการพินิจพิจารณาคุณสมบัติ

                3.)           มีดำเนินเรื่องร้องขออนุมัติคุณวุฒิต่ออธิบดี เพื่อให้ผู้ขอเกื้อกูลเด็กกำพร้า ที่มีคุณวุฒิสมควรไปพบผู้เยาว์ที่สถานที่เกื้อหนุน

                4.)           แจ้งให้ผู้ขอส่งเสียผู้เยาว์ลูกกำพร้ารู้ กับมีการส่งคัมภีร์การเข้าพินิจพิเคราะห์ลูกให้สถานสนับสนุนที่เกี่ยวข้องรับรู้

                5.)           ผู้ขอเลี้ยงดูพบเยาวชนลูกกำพร้าที่หมายจะยอมรับอุดหนุน สถานอนุกูลบอกกล่าวเรื่องราวลูกที่พอเหมาะและอาจส่งมอบให้ไปเลี้ยงดูได้ แล้วดำเนินการขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้อุปถัมภ์ผู้เยาว์ลูกกำพร้า

                6.)           แจ้งให้ผู้เกื้อกูลเด็กกำพร้าทราบ และส่งหนังสือบอกกล่าวสถานที่เกื้อกูลให้ส่งมอบลูกแก่ผู้ขอ รับอุปการะเด็กกำพร้า

                7.)           ในเหตุที่ผู้ร้องขอคุณผู้เยาว์ลูกกำพร้ามีคุณสมบัติไม่เหมาะสม จะแจ้งให้ผู้ขออุดหนุนลูกรู้เป็นคู่มือ

                8.)           ตามการช่วยเหลือเยาวชนลูกกำพร้าในปีแรกแวะเยี่ยมทุก 2 เดือน ในปีถัดไปไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง ตามความสมกัน

 

  1. ผู้แสดงความประสงค์ร้องขอเลี้ยงดูลูกกำพร้าถูกละเลยซึ่งมีผู้เลี้ยงดูไว้ในวงศาคณาญาติ

                1.)           รับถ้อยคำ และซักข้อมูลเบื้องต้น พร้อมสังเกตงานพิมพ์และให้ข่าวคราวต่างๆ

                2.)           สอบทานเยี่ยมที่อยู่อาศัย และสอบความเป็นจริงเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ตามความเหมาะสม และความเป็นจริงว่าด้วยความเป็นมาความเป็นมาของผู้เยาว์กำพร้า

                3.)           เรื่องที่ลูกลูกกำพร้าไม่มีเอกสารใบสำคัญเกี่ยวกับตนเอง และผู้ยอมรับอุดหนุนผู้เยาว์กำพร้าไม่มุ่งมาดปรารถนาส่งเยาวชนเข้าสถานอนุกูลเพื่อดำเนินงานเรื่องใบสำคัญของลูก  ให้ดำเนินเรื่องขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้อุปถัมภ์ผู้เยาว์ลูกกำพร้า

                4.)           กรณีที่ลูกลูกกำพร้ามีชื่ออยู่ในสารบาญที่อาศัยของผู้ขอแล้ว ให้ดำเนินเรื่องขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้ส่งเสียเด็กกำพร้าและขออนุมัตินำชื่อเยาวชนลูกกำพร้าเข้าคงอยู่ในความอุปการะของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

                5.)           สถานที่สนับสนุนเพิ่มนามกรเด็กกำพร้าเข้าทะเบียนบ้าน พร้อมทั้งส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับเด็กกำพร้า

                6.)           ตามการเอาใจใส่ผู้เยาว์ลูกกำพร้า โดยในปีแรกต้องเยี่ยม 2 เดือน ต่อครั้ง และปีถัดไปไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง ตามความเหมาะสม

ขั้นตอนการดำเนินการขอเกื้อกูลเด็กกำพร้าในสถานเกื้อกูลของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการแบบครอบครัวอุปถัมภ์

ดีฉันจะเห็นได้ว่า ขั้นตอนการดำเนินการร้องขอ รับอุปการะเด็กกำพร้า ไม่ยุงยากเลย แค่เพียงดิฉันมีจิตใจที่คิดจะเลี้ยงดู เด็กเหล่านี้ก็จะได้ รับอุดหนุน แล้ว



เครดิต : https://www.unicef.or.th/supportus/th

No comments:

Post a Comment