Friday, February 19, 2016

บริจาคเงิน บริจาคใจ

บริจาคเงิน

บริจาคเงิน ไม่ใช่เรื่องลำบากลำบนกระไรแค่เคลื่อนที่ไปละแวกปากตรอก หยอดเงินตราใส่ลังบริจาคในเซเว่นที่ประกอบด้วยอยู่ทุกซอยก็แค่เนี้ยง่ายๆจะตายแต่จะมีใครเข้าใจหรือเปล่าว่าสตางค์ไปไหนหยอดแล้วเงินไปไหน  ผู้ที่ต้องการเงินตราเป็นอันมากที่คอยโอกาสจากดีฉันแค่เพียงฉันบริจาคเงิน ผู้รับอยากแค่ทางเลือกที่เราจะหยิบยื่นให้ แค่บริจาคเงิน เศษเงิน เล็กๆน้อยๆนี้ก็อาจจะทำคราวหน้าให้ใครก็ตามมานักต่อนักแล้ว เชื่อหรือเปล่าว่า เงินตราเหรียญเล็ก ๆที่ดิฉันไม่ใคร่ปรารถนาสะสมไว้ พร้อมด้วยทอยให้ยาจกริมถนน ที่ร้องเรียกให้หรู ๆว่ากระผมได้บริจาคเงินให้เขาด้วยซ้ำ ก็โดยเขาไม่ร้อง ดีฉันให้ด้วยความสมัครใจ วณิพก มีเงินมีทองกว่าผมหลายเท่านักเพราะเศษเงินนี่แหละ ขอทานบางคนแรก ๆก็ขอไปงั้น ๆ ปราศจากสิ่งไรทำ หลัง ๆ มีเงินทองเก็บมากเข้าก็ชักเพลิน กลายเป็นร้องขอจนเป็นอุปนิสัยก็เยอะแยะ พูดว่าลูกอีช่างขอ แต่ที่ละเอียดกว่านั้นก็เป็นพวกที่ มิได้ขอเช่นกัน แต่ให้เรียกหาให้เท่ว่า บริจาค คนรุ่นเก่า ๆ อาจจะไม่รู้จักดีกับ การบริจาคอย่างนี้ เพราะด้วยครั้งก่อนไม่ค่อยจะมี ระยะนี้ใครมีลูกหลานวัยกำลังศึกษาก็จะมองเห็นการ บริจาคเงิน อย่างนี้ บริจาคเงินทั้งทีจำต้อง ห้า หมื่นอัพ กับการจะเข้าชั้นเรียนสถานที่เรียนซักแห่ง อย่างณ เวลานี้ ในกทม.อาจเห็นภาพไม่ค่อยชัดเนื่องจากมีตัวเลือกโรงเรียนมากหลาย แต่ในชานเมือง มีอำเภอเมือง อำเภอเดียว เด็กนักเรียนจากทั่วจังหวัดก็อยากจะมาร่ำเรียนในตัวเมือง กระบวนการ บริจาคเงิน ก็เริ่มต้นนี้ ขอช่วยบริจาคเงิน 5 หมื่น ช่วยโรงเรียน แล้วผู้เยาว์จะได้เรียน เจ็บร้าวหรือเปล่า ไม่จ่ายก็ได้ แต่ไม่ศึกษาเล่าเรียนนี่คือที่แท้อันแสนเจ็บปวดรวดร้าวของผู้ปกครองที่มีลูกมีไหวพริบ สอบได้แต่ไม่มีหนทางเรียนรู้เพราะไม่รู้จักคำว่า บริจาคเงิน

 บริจาคเงิน

บริจาคเงิน

บริจาคเงิน ถ้าหากจะออกปากไปแล้ว ประเทศไทยของฉันก็ติดอันดับในเรื่องการบริจาคเงินกับเขาอย่างเดียวกัน เปรียบเทียบชั้นคนมั่งคั่งแถวหน้าก็ว่าได้แม้เอาเรื่อง บริจาคเงินมาเป็นตัววัด ปี สองพันสิบสี่  ผมติดอันดับ  3 เรื่องราวบริจาคเงินเลยทีเดียว เพราะด้วยคนไทยขี้เอ็นดู พร้อมด้วยการบริจาคเงิน มีผลสำรวจหามาแล้วว่าเป็นกระบวนการที่ง่ายๆสุด ๆ ที่คนผมจะสละกัน อย่างเดี๋ยวนี้ที่มีข่าวออกทีวี คนไทยนี้ดี สละให้วัดวาอารามซะเยอะ จนโจรผู้ร้ายมาปล้นสะดม ตู้บริจาคไปแล้วถึง 8ใบ ปัจจุบันนี้ก็ต้องรับสละกล่องรับเสียสละไปพลาง ๆการ บริจาคเงิน ในที่อาศัยข้าพเจ้าเป็นที่นิยมสละให้กับสมาคมต่าง ๆ โดยจะมุ่งเน้นการบริจาคเงิน ให้เพื่อสงเคราะห์เด็กกำพร้า การบริจาคเงิน เพื่อให้เป็นทุนการศึกษาเด็ก และหากเป็นตอนที่มีปมปัญหาเรื่องความฉิบหายต่าง ๆเช่นปี 54 ที่มีน้ำหลากหรือปี สี่สิบหก ที่เกิด คลื่นยักษ์ ชาวไทยก็มีการ บริจาคเงิน กันอย่างหลาม ส่วนสิทธิ์ผลดีที่ได้มาหากมีการให้ อย่างคนที่บริจาคอย่างอื่นที่มิใช่ตัวเงิน เพราะบางท่านก็ไม่เป็นที่นิยม บริจาคเงิน แต่ จะบริจาคข้าวของเครื่องใช้เครื่องใช้แทน กับ สละเลือด บริจาคเกร็ดเลือดที่อาจทำได้ทุกเดือน หรือถ้าหากใครของที่ที่อยู่มากหลายก็อาจนำทางบริจาคได้ หรือใครพร้อมกับที่จะบริจาคตัวตน แขนขา ดวงตา ก็อาจจะทำได้หากไม่ต้องการบริจาคเงิน การบริจาคเงิน ตรงนั้นหมู่นี้มีการกำหนดจุดประสงค์ชัดเจน อาทิเช่น  บริจาคเงิน สำหรับไถ่ชีวีวัวกระบือ บริจาคเงิน เพื่อ ช่วยเหลือน้ำหลาก สิ่งนี้จะทำให้ข้ารู้ว่าเงินดิฉันไปที่ไหนบ้าง อย่างที่วัดวาอาราม การบริจาคเงิน บางอาราม เสียสละ 10 บาท ยี่สิบ บาท ก็มีการขึ้นชื่อ แจ้งไว้ว่าใครเสียสละบ้าง ส่วนการใช้ประโยชน์ก็ต้องตามใจอารามว่าจะใช้ประโยชน์ทำอย่างไร

<a href=บริจาคเงิน" width="500" height="333" />

บริจาคเงิน

การบริจาคเงิน กับ การบำเพ็ญทานปัจจุบัน หากจะทำก็ต้องเลือกสรรทำให้ดี ให้ตรงจุด เช่น การซื้อนก ปลา เพื่อนำไปยอม หากมีมุ่งหมายดีก็อย่าไปจับจ่าย นกปลาที่เขามีการเตรียมตัวไว้ มันก็ดังไปสนับสนุนให้เขา ไปจับ ไปล่อมาขาย กับนกที่กระผมปล่อย ๆ ไป มันก็แต่กลับมาที่เดิม ก็นกมันปรากฏแต่ในกรงไม่รู้เรื่องจะไปไหน กับการ บริจาคเงิน ให้เด็กขอทาน กับคนวณิพกต่าง ๆ ยิ่งให้ก็ดุจดังเป็นการเห็นด้วยให้มีขอทานอยู่ถัด ลองข้าพเจ้าไม่ให้ ไม่ส่งเสริม เขาก็เลิกขอกันไปเอง การบริจาคเงินชั่วระยะหนึ่งนี้ ดูจะเป็นกรณีสามัญ ไปแล้วสำหรับคนทั่ว ๆไป เพราะแค่คิดว่าหยอดไป ไม่กี่ตังค์ ไม่ต้องคิดอะไรมาก อาทิ ตู้ที่ตั้งอยู่ในร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ หรือในห้างสรรพสินค้าที่ จ่ายสตางค์ค่าของใช้เสร็จปั๊บ ก็เจอตู้บริจาค ผมก็ทำจนเป็นความคุ้นที่ต้องหยอด ด้วยไม่รู้ว่าเงินตรานั้นเอาไปทำกระไร เอาไปไหน  หรือการบริจาคเงินกับพาหะต่าง ๆ ที่มีการโหนกระแสต่าง ๆ ให้ฉัน บริจาคเงินกัน เมื่อก่อนจะมีการชี้ชวนบุคคลบริจาคเงินด้วยมีการขับกล่อม คนก็โทรศัพท์เข้าไปสละจำนวนมาก ถ้าหากใครมีจิตใจที่นึกจะบริจาคจริง ๆ ก็นึกดูกันสักนิดก่อนได้คิดที่จะหยอดเงินตรา กับโอนสตางค์ให้ใคร ถ้าคิดว่าใช่ ก็เสียสละไปเถอะ อย่างน้อย ๆ ก็ทำให้แจ่มใส สตางค์จะไปไหนก็ค่อยมาว่ากัน

บริจาคเงินแล้ว เว้นเสียแต่ได้ความเพลิดเพลินใจ หากใครสละบ่อย ๆ ก็ลองดูกรณีการลดภาษีไว้บ้าง คนกินเงินเดือนที่ค่าแรงงาน สอง สาม หมื่นทางบ.ของดิฉันมีการหักสตางค์ได้ส่งภาษีไปทั้งหมดเดือนหากผม ไม่นำเงินที่ดิฉันบริจาค ไปทั่วเดือนมาหักลดหย่อนเงินภาษี สมมติ ค่าตอบแทนรายเดือน 25,000 รวมทั้งสิ้นเงินปันผล อีกโดยประมาณ 8 9หมื่น รวมกันแล้วจ่ายเงินภาษีไป จวนเจียน หกพัน ถ้าชุบเลี้ยงกุลบุตร คุณพ่อ คุณแม่ด้วย พร้อมกับ ใช้สิทธิ์ลดหย่อนจากการบริจาคเงินมาคลุกคลีด้วย ก็จะได้ส่งกลับเงินภาษีแม่นมั่น หากดีฉันเสียสละให้โรงเรียนตามที่ภาษีอากรเขียนไว้ เยอะแยะแห่งก็จะนำรับมาหักลดได้ถึง สองเท่าของยอดสตางค์บริจาค แต่ดังนี้ต้องดูสารบาญจากภาษีอากรควบคู่ไปกับเพื่อจะได้ใช้สิทธิให้เต็มขนาด

บริจาคเงิน ข้าจะเสียสละแห่งใด เมื่อไร กับให้ใครก็ได้เป็นเงินของกระผม สิทธิ์ของกระผมที่จะ บริจาคเงิน แต่ เสี่ยงนิดนึงว่า เขาเอาไปทำสิ่งไร ที่ใด ให้พร้อมใคร สมจริงมากน้อยแค่ไหน อย่าเพียง หย่อน ใส่ตู้ ไม่ได้ดูตาม้าตาเรือ ทำแล้วก็ให้ดีนิด หากข้าคิดดู จะ บริจาคเงิน



เครดิต : https://www.unicef.or.th/supportus/th/campaign/Earthquake_Nepal_th

No comments:

Post a Comment