Thursday, February 11, 2016

มนุษย์เงินเดือนลดหย่อนเงินภาษีอะไรได้บ้าง

ลดหย่อนภาษี

ตามกฎหมายแล้ว บุคคลที่มีรายได้ทั่วๆไปมีหน้าที่ที่ต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดาตามที่ข้อบัญญัติบัญญัติ  เพื่อที่รัฐบาลจะได้นำเงินส่วนนี้มาใช้ในการบริหารและปฏิรูปประเทศ เชื่อว่าหลายๆคนคงกำลังหาวิธีลดหย่อนภาษีเพื่อที่จะได้ไม่ต้องจ่ายเงินส่วนนี้ครบ ก่อนที่จะทำการลดหย่อนภาษีเราต้องมาศึกษาก่อนว่าสิทธิในการลดหย่อนภาษีอากรนั้นมีอะไรบ้าง

ในทุกๆปีจะมีการคิดเลขรายรับทั้งปีและภาษีที่แต่ละบุคคลนั้นต้องชำระ อัตราภาษีจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นกับรายได้สุทธิของแต่ละบุคคลในแต่ละปี ซึ่งอัตราภาษีอากรนั้นเราสามารถทำการผ่อนปรนได้ สิทธิในการลดหย่อนภาษีนั้นก็มีให้เลือกหลายประเภท ได้แก่

 

 ลดหย่อนภาษี

ลดหย่อนภาษี

ค่าผ่อนปรนเฉพาะบุคคล

สามารถผ่อนปรนได้เต็มจำนวน 30,000 บาท สำหรับผู้ที่มีเงินได้ทุกคนสามารถใช้สิทธินี้ได้เต็มๆ โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ

ค่าผ่อนปรนคู่สมรส

กรณีที่คู่สมรสที่ไม่มีรายรับ หรือเลือกยื่นแบบแสดงรายการรวมกัน จะได้สิทธิผ่อนปรนเพิ่มอีกจำนวน 30,000 บาท โดยมีข้อกำหนดคือ คู่สมรสต้องมีการจดทะเบียนสมรสที่ถูกต้องตามกฎปฏิบัติ หรือคู่สมรสต้องไม่มีเงินได้ระหว่างปี

ค่าลดหย่อนบุตรธิดา และค่าลดหย่อนการเรียนบุตร

บุตรตามกฎหมายหรือลูกบุญธรรมสามารถลดหย่อนได้คนละ 15,000 บาท ใช้หักสูงสุดได้ไม่เกิน 3 คน โดยบุตรต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี แต่ถ้าอายุระหว่าง 20 - 25 ปี ต้องศึกษาเล่าเรียนในระดับ ปวส. ขึ้นไป สำหรับบุตรที่กำลังเรียนภายในประเทศจะได้ค่าผ่อนปรนเพิ่มอีกคนละ 2,000 บาท โดยระดับการศึกษาจะเป็นชั้นอนุบาลจนถึงปริญญาเอก และบุตรต้องไม่มีรายได้ในปีภาษีนั้นๆเกิน 15,000 บาท จึงจะสามารถทำการผ่อนปรนได้

ค่าเลี้ยงดูพ่อแม่

สำหรับผู้มีรายได้ที่มีพ่อแม่อายุตั้งแต่ 60 ปีเป็นต้นไป และมีเงินรายได้ต่อปีไม่เกิน 30,000 บาท โดยผู้มีรายได้ที่จะใช้สิทธินี้ต้องเป็นลูกที่แท้จริง หรือลูกบุญธรรมที่ถูกต้องตามนิติ โดยสามารถหักผ่อนปรนได้คนละ 30,000 บาท แต่ถ้าบุพการีมีบุตรหลายคน สามารถใช้สิทธินี้ได้กับบุตรแค่คนเดียวเท่านั้น ไม่สามารถใช้สิทธิซ้อนกันได้

ค่าประกันลูกกตัญญูกตเวที

ผู้มีเงินได้ที่ซื้อ “ประกันลูกกตัญญูกตเวที” ซึ่งเป็นประกันพลานามัยให้กับบิดามารดา สามารถนำเบี้ยประกันส่วนนี้มาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท โดยที่บุพการีต้องมีอายุไม่ถึง 60 ปี และมีเงินได้ต่อปีไม่เกิน 30,000 บาท

ค่าอุปการะเลี้ยงดูผู้ทุพพลภาพ

สำหรับคนที่ต้องเลี้ยงดูผู้พิการ ที่มีเงินได้ปีละไม่เกิน  30,000 บาท สามารถนำลดหย่อนภาษีได้คนละ 60,000 บาท โดยผู้ส่งเสียและผู้พิการไม่จำเป็นต้องเป็นเครือญาติกันก็ได้ แต่ผู้ทุพพลภาพต้องมีบัตรคนพิการยืนยันตามกฎหมายและผู้อุปการะต้องอยู่ในรายชื่อผู้ปกครองในบัตรผู้พิการนั้นด้วย จึงจะสามารถทำการผ่อนปรนได้

เงินสนับสนุนสาธารณกุศล

สามารถนำมาลดหย่อนได้เท่ากับจำนวนที่จ่ายจริง ยิ่งถ้าเป็นการให้เงินเพื่อการศึกษาแล้ว สามารถนำมาหักผ่อนปรนได้ถึง 2 เท่า ของจำนวนที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน 10% ของเงินคงเหลือจากการหักค่าลดหย่อนอื่นๆและรายจ่ายแล้ว

เงินทุนสำรองยังชีพ

เป็นเงินที่ลูกจ้างและเจ้านายตกลงสะสมร่วมกัน โดยลูกจ้างจะจ่ายเงินที่เรียกว่าเงินสะสม และนายจ้างจะจ่ายเงินสนับสนุนให้ลูกจ้างอีกในทุกๆเดือนรวมกัน บริษัทจะจัดแจงเงินส่วนนี้โดยการนำไปลงทุนเพื่อให้เกิดผล และจะใช้คืนให้กับลูกจ้างเมื่อลาออกหรือปลดเกษียณ เงินส่วนนี้สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เท่ากับจำนวนที่จ่ายจริงรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท

กองทุน RMF

เป็นเงินกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ สนับสนุนการออมเงินระยะยาวเพื่อวัยเกษียณ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีตามที่จ่ายจริงได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท

กองทุน LTF

เป็นเงินสะสมรวมหุ้นระยะยาว เพื่อสนับสนุนการลงทุนระยะยาวในหุ้นขึ้นทะเบียน สามารถนำไปผ่อนปรนภาษีตามที่จ่ายจริงได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท

ประกันเงินบำนาญ

สามารถนำเบี้ยประกันมาผ่อนปรนภาษีได้ไม่เกิน 15% ของรายได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับเงินค่าซื้อหาหน่วยลงทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ และเงินทุนเข้ากองทุนสำรองดำรงชีพหรือกองเงินบำเหน็จบำนาญราชการ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท และประกันเงินบำนาญที่นำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ ต้องมีระยะเวลาในการคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีเป็นต้นไป

ประกันชีวิต

นำมาลดหย่อนภาษีตามที่จ่ายจริงได้ไม่เกิน 100,000 บาท โดยสัญญาประกันชีวิตต้องมีเวลาในการคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีเป็นต้นไป ในกรณีที่ไม่มีเงินรายได้สามารถใช้ลดหย่อนได้เพียง 10,000 บาทเท่านั้น

ดอกเบี้ยกู้ซื้อที่อยู่อาศัย

สำหรับผู้ที่มีหน้าที่ในการผ่อนบ้านหรือบ้านพักอาศัย สามารถนำดอกเบี้ยจากการกู้เงินไปผ่อนปรนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงไม่เกิน 100,000 บาท ในกรณีที่มีผู้กู้ร่วมหลายคน สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ทุกคนแต่ต้องรวมกันแล้วไม่เกิน 100,000 บาท

จะเห็นว่าสิทธิในการลดหย่อนภาษีนั้นมีให้เลือกหลากหลายรายการ ก่อนทำการจ่ายภาษีทุกครั้งอย่าลืมที่จะตรวจเช็คกันก่อนนะคะว่าตัวคุณเองสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอะไรได้บ้าง เพื่อเป็นประโยชน์ของตัวคุณเอง จะได้เสียภาษีลดน้อยลงหรือได้เงินคืน มีเงินเหลือไปใช้จ่ายในส่วนอื่น ๆ มากขึ้น

 



ที่มา : https://www.unicef.or.th/supportus/th/campaign/give_monthly_donation_th

No comments:

Post a Comment