Saturday, February 20, 2016

มนุษย์ค่าจ้างรายเดือนลดหย่อนเงินภาษีอะไรได้บ้าง

ลดหย่อนภาษี

ตามข้อบังคับแล้ว บุคคลที่มีรายได้ทั่วๆไปมีหน้าที่ที่ต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดาตามที่นิติบัญญัติ  เพื่อที่รัฐบาลจะได้นำเงินส่วนนี้มาใช้ในการดำเนินการและปฏิรูปประเทศ เชื่อว่าหลายๆคนคงกำลังหาวิธีผ่อนปรนภาษีอากรเพื่อที่จะได้ไม่ต้องจ่ายเงินส่วนนี้ครบ ก่อนที่จะทำการลดหย่อนภาษีเราต้องมาเรียนรู้ก่อนว่าสิทธิในการลดหย่อนภาษีนั้นมีอะไรบ้าง

ในทุกๆปีจะมีการคำนวณรายได้ทั้งปีและภาษีอากรที่แต่ละบุคคลนั้นต้องชำระ อัตราภาษีจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับเงินได้สุทธิของแต่ละบุคคลในแต่ละปี ซึ่งอัตราภาษีอากรนั้นเราสามารถทำการผ่อนปรนได้ สิทธิในการลดหย่อนภาษีนั้นก็มีให้เลือกหลายประเภท ได้แก่

 

 ลดหย่อนภาษี

ลดหย่อนภาษี

ค่าผ่อนปรนส่วนบุคคล

สามารถผ่อนปรนได้เต็มจำนวน 30,000 บาท สำหรับผู้ที่มีเงินได้ทุกคนสามารถใช้สิทธินี้ได้เต็มๆ โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ

ค่าผ่อนปรนคู่ชีวิต

กรณีที่คู่สมรสที่ไม่มีรายรับ หรือเลือกยื่นแบบแสดงรายการรวมกัน จะได้สิทธิลดหย่อนเพิ่มอีกจำนวน 30,000 บาท โดยมีข้อแม้คือ คู่สมรสต้องมีการจดทะเบียนสมรสที่ถูกต้องตามกฎปฏิบัติ หรือคู่สมรสต้องไม่มีรายได้ระหว่างปี

ค่าลดหย่อนบุตร และค่าลดหย่อนการศึกษาเล่าเรียนบุตร

บุตรตามกฎหมายหรือลูกเลี้ยงสามารถลดหย่อนได้คนละ 15,000 บาท ใช้หักสูงสุดได้ไม่เกิน 3 คน โดยบุตรต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี แต่ถ้าอายุระหว่าง 20 - 25 ปี ต้องเล่าเรียนในระดับ ปวส. ขึ้นไป สำหรับบุตรที่กำลังเล่าเรียนภายในประเทศจะได้ค่าลดหย่อนเพิ่มอีกคนละ 2,000 บาท โดยระดับการศึกษาจะคือชั้นอนุบาลจนถึงปริญญาเอก และบุตรต้องไม่มีเงินได้ในปีภาษีนั้นๆเกิน 15,000 บาท จึงจะสามารถทำการผ่อนปรนได้

ค่าเลี้ยงชีพบุพการี

สำหรับผู้มีรายได้ที่มีบิดามารดาอายุตั้งแต่ 60 ปีเป็นต้นไป และมีเงินได้ต่อปีไม่เกิน 30,000 บาท โดยผู้มีรายได้ที่จะใช้สิทธินี้ต้องเป็นบุตรที่แท้จริง หรือลูกเลี้ยงที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยสามารถหักลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท แต่ถ้าพ่อแม่มีบุตรหลายคน สามารถใช้สิทธินี้ได้กับบุตรแค่ผู้เดียวเท่านั้น ไม่สามารถใช้สิทธิซ้ำกันได้

ค่าประกันลูกรู้คุณ

ผู้มีรายได้ที่ซื้อ “ประกันลูกกตัญญูกตเวที” ซึ่งเป็นประกันพลานามัยให้กับบุพการี สามารถนำเบี้ยประกันส่วนนี้มาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท โดยที่พ่อแม่ต้องมีอายุไม่ถึง 60 ปี และมีรายรับต่อปีไม่เกิน 30,000 บาท

ค่าอุปการะส่งเสียผู้ทุพพลภาพ

สำหรับคนที่ต้องเลี้ยงดูผู้ทุพพลภาพ ที่มีรายรับปีละไม่เกิน  30,000 บาท สามารถนำลดหย่อนภาษีได้คนละ 60,000 บาท โดยผู้อุปการะและผู้พิการไม่จำเป็นต้องเป็นญาติพี่น้องกันก็ได้ แต่ผู้ทุพพลภาพต้องมีบัตรคนพิการยืนยันตามกฎหมายและผู้อุปการะต้องอยู่ในรายชื่อผู้คุ้มครองในบัตรผู้พิการนั้นด้วย จึงจะสามารถทำการผ่อนปรนได้

เงินสนับสนุนสาธารณกุศล

สามารถนำมาลดหย่อนได้เท่ากับจำนวนที่จ่ายจริง ยิ่งถ้าเป็นการให้เงินเพื่อการเรียนแล้ว สามารถนำมาหักผ่อนปรนได้ถึง 2 เท่า ของจำนวนที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน 10% ของเงินเหลืออยู่จากการหักค่าลดหย่อนอื่นๆและรายการจ่ายแล้ว

เงินทุนสำรองยังชีพ

เป็นเงินที่ลูกจ้างและผู้จ้างตกลงสะสมร่วมกัน โดยลูกจ้างจะจ่ายเงินที่เรียกว่าเงินสะสม และนายจ้างจะจ่ายเงินสนับสนุนให้ลูกจ้างอีกในทุกๆเดือนรวมกัน บริษัทจะดำเนินงานเงินส่วนนี้โดยการนำไปลงทุนเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ และจะจ่ายคืนให้กับลูกจ้างเมื่อลาออกหรือปลดเกษียณ เงินส่วนนี้สามารถนำไปผ่อนปรนภาษีได้เท่ากับจำนวนที่จ่ายจริงรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท

กองทุน RMF

เป็นเงินเงินทุนรวมเพื่อการยังชีพ สนับสนุนการเก็บเงินระยะยาวเพื่อวัยเกษียณ สามารถนำไปผ่อนปรนภาษีตามที่จ่ายจริงได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท

กองทุน LTF

เป็นกองทุนรวมหุ้นระยะยาว เพื่อสนับสนุนการลงทุนระยะยาวในหุ้นจดทะเบียน สามารถนำไปผ่อนปรนภาษีตามที่จ่ายจริงได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท

ประกันบำนาญ

สามารถนำเบี้ยประกันมาผ่อนปรนภาษีได้ไม่เกิน 15% ของรายได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับเงินค่าซื้อหาหน่วยลงทุนรวมเพื่อการดำรงชีพ และเงินออมเข้ากองทุนสำรองดำรงชีพหรือกองบำเหน็จบำนาญราชการ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท และประกันเบี้ยบำนาญที่นำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ ต้องมีระยะเวลาในการคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีเป็นต้นไป

ประกันชีวิต

นำมาลดหย่อนภาษีตามที่จ่ายจริงได้ไม่เกิน 100,000 บาท โดยประกันชีวิตต้องมีระยะเวลาในการคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีเป็นต้นไป ในกรณีที่ไม่มีเงินได้สามารถใช้ลดหย่อนได้เพียง 10,000 บาทเท่านั้น

ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน

สำหรับผู้ที่มีภาระในการผ่อนบ้านหรือบ้านพักอาศัย สามารถนำดอกเบี้ยจากการยืมเงินไปลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงไม่เกิน 100,000 บาท ในกรณีที่มีผู้กู้ร่วมหลายคน สามารถนำไปผ่อนปรนภาษีได้ทุกคนแต่ต้องรวมกันแล้วไม่เกิน 100,000 บาท

จะเห็นว่าสิทธิในการลดหย่อนภาษีนั้นมีให้เลือกหลากหลายรายการ ก่อนทำการจ่ายภาษีทุกครั้งอย่าลืมที่จะตรวจเช็คกันก่อนนะคะว่าตัวคุณเองสามารถใช้สิทธิผ่อนปรนภาษีอะไรได้บ้าง เพื่อเป็นประโยชน์ของตัวคุณเอง จะได้เสียภาษีน้อยลงหรือได้เงินคืน มีเงินเหลือไปใช้จ่ายในส่วนอื่น ๆ มากขึ้น

 



ที่มา : https://www.unicef.or.th/supportus/th/campaign/give_monthly_donation_th

No comments:

Post a Comment