Saturday, February 20, 2016

รับอุปการะเด็กกำพร้า เพื่อชีวิตที่สดใส ร่วมสร้างอนาคต ให้เด็กกำพร้า ร่วมกัน รับอุปการะเด็กกำพร้า

รับอุปการะเด็กกำพร้า

ปัจจุบันนี้ ปมปัญหา ลูกลูกกำพร้า ได้เปลี่ยนไปเป็นปริศนา ระดับชนชาติ ไปแล้ว เพราะ เหตุเดิม หลาย ๆ อย่าง อาทิ หนุ่ม วัยสาว มีภาร ไม่อาจจะรับผิดชอบกุลบุตรได้ ภารทางสังคมไม่อาจเปิดเผยได้ ขาดสมาชิก ส่งเสีย สิ่งต่าง ๆ กลุ่มนี้ทำให้เกิด ปมปัญหา กำพร้า ขึ้นนานัปการ   เราจะเจอว่ามีข้อมูล ในส่วน ลูกลูกกำพร้า การละเลยลูก การ รับอุปการะเด็กกำพร้า ให้เพ่ง ไม่เว้นแม้แต่ละวัน  ตัวการ หลัก ๆ ที่เกิดผู้เยาว์ลูกกำพร้า เกิดของการขาดแคลนความรับผิดชอบ สิ่งของบูรพาจารย์เยาวชนคือ สำคัญ ประกอบและ ความไม่พร้อมทั้งของบุพการี, ครัวเรือน รวมกระทั่งถึง คนสนิทของบูรพาจารย์เยาวชนเอง ที่คือตัวแปรทำเอากำเหนิด เด็กลูกกำพร้า เหล่านี้ขึ้น จากสถิติที่น่าใจหายใจคว่ำ ฉันพบว่าเศษหนึ่งส่วนสองของสมาชิกทั้งโลกที่อาศัยอยู่บนโลก ใบ เล็ก ๆ ใบนี้ เข้าอยู่ในความแร้นแค้น  เด็ก พร้อมกับ สกุล แตะต้องดิ้​​นรนขัดขืนเพื่อให้ความรอดชีวิต การไม่รับผิดชอบเยาวชน การฝืน  ,นิ่งเฉย,ปิดทาง หรือ ขนาดที่ตราบเท่าที่การล่วงละเมิดทางเพศ และ ผู้เยาว์ ก็เกิด ขึ้น และมีให้เห็นบ่อย ๆ  ในทางกลับตาลปัตร ข้อสงสัย ผู้เยาว์กำพร้า ก็บังเกิดมาด้วยตรง กับ ต้นเหตุ ที่เรียกว่าความ “ ยากจน “  ด้วยอธิกรณ์นี้ ผมจึงสังเกต สถานสงเคราะห์ต่าง ๆ ออกมา ตาขอความร่วมแรงกาย ในการ รับอุปการะเด็กกำพร้า อย่างเหลือใช้

รับ<b><u>อุปการะเด็กกำพร้า</u></b>

รับอุปการะเด็กกำพร้า

ข้อสงสัย ผู้เยาว์ลูกกำพร้า สมัยนี้ได้ถูกทอดทิ้ง และนับวันจะกลับกลายเป็นปมปัญหากินเวลา ชั่วแก่การปฏิรูป พร้อมทั้งสืบสวนจากสำนักงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หน่วยงานในสังกัด กรมพัฒนาสังคม และ สวัสดิการ  กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเผ้าคอยเป็นทาง แก้ไขปัญหาปมปัญหา ในการ รับอุปการะเด็กกำพร้า ซึ่งฉันจะเห็นว่าสมัยนี้ มีการนำผู้เยาว์ จากการ ไปพามาของ บ้านลูกต่าง ๆ ออกมา ทำหฤโหด หรือใช้กรรมกรเด็ก หรือชี้บอกไปซื้อขายต่อให้ เจ้าสัว ทั้งภายใน พร้อมกับ ข้างนอกดินแดน เพื่อที่จะกระตือรือร้นผลดีจากลูกกำพร้า

รับอุปการะเด็กกำพร้า หรือ การรับเยาวชนกำพร้า  ที่เป็นลูกหลานของบุคคลอื่นมาให้ สามารถค้นพบมองเห็นมีในสังคมไทยมานานมาก เช่น รับอุปการะเด็กกำพร้า จาก วงศ์ญาติ วงศ์วาน หรือสมาชิกที่รู้จักใกล้ชิด กันดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

 

       การ รับอุปการะเด็กกำพร้า แบบกฎหมายริเริ่มมีขึ้นเมื่อมี การหมายประกาศใช้ประมวลข้อบัญญัติแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ซึ่งสรุปให้จงมีการจดสารบาญ ตามพระราชบัญญัติ จดบัญชีรายชื่อญาติพี่น้อง ในปี พ.ศ. 2478

     ใน   พ.ศ. 2508 กรมประชาสงเคราะห์ ได้ ดำเนินการจัดเตรียมหาจัดตระกูล ที่ อุปการะเด็กกำพร้า ที่ โดนทิ้งขว้าง โดยมีการออก เป็นชั้นเชิง กรมประชาสงเคราะห์ ว่าด้วยการสงเคราะห์เยาวชนกำพร้า โดยกรรมวิธีจัดหาผู้ชุบเลี้ยงให้แก่ลูกลูกกำพร้า แม้กระนั้นการดำเนินงานดังกล่าวข้างต้นก็ยังจำกัดอยู่เจาะจงผู้เยาว์ลูกกำพร้า แค่ในความส่งเสียของกรมประชาสงเคราะห์เท่านั้น พร้อมทั้ง ขณะนั้นอีกทั้งไม่มีการเจาะจงให้หน่วยงาน สถานพยาบาล หรือ สถานสงเคราะห์ ที่มีลูกกำพร้า ถูกปล่อยปละละเลยจะต้องส่งผู้เยาว์ให้กรมประชาสงเคราะห์ พร้อมกับปราศจากกฎเกณฑ์กับองค์การเฉพาะที่ทำธุระควบคุมป้องกันงานด้านการ รับอุปการะเด็กกำพร้า จึงเกิดที่ว่างมอบให้ประกอบด้วยการงมผลประโยชน์จากเยาวชนลูกกำพร้ากลุ่มนี้ ที่พบในรูปแบบของการรับผู้เยาว์เป็นลูกชายลูกสาว ราวปี พ.ศ.2519 - 20 มีการค้าขายผู้เยาว์กำพร้าให้กับคนต่างแดนเป็นจำนวนมาก จึงได้มี  มาตรการพิทักษ์การ การ รับอุปการะเด็กกำพร้า

โดย ห้ามร.พ. สถานพยาบาล หรือ สมาคม ต่างๆ ยกผู้เยาว์กำพร้าให้แก่คนใดไปชุบเลี้ยงหรือรับไปเป็นลูกเต้าบุญธรรม ต่อมามีการจัดตั้ง "ศูนย์อำนวยการรับบุตรบุญธรรม" และมีการร่างเทศบัญญัติเฉพาะออกมาเรียกว่า พ.ร.บ.การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม เป็น "ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม" จนปัจจุบัน ซึงนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การรับเยาวชนเป็นบุตรบุญธรรมไม่ว่าเยาวชนนั้นจะเป็นเด็กมี พ่อ แม่ กับลูกลูกกำพร้าถูกทิ้งๆ ขว้างๆ ต้องดำเนินการภายใต้ข้อขีดเส้น ของพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมทุกประการ

 รับอุปการะเด็กกำพร้า

       ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมนั้นกอบด้วยภาระรับผิดชอบในการมอบให้บริการด้านการเตรียมการสวัสดิการผู้เยาว์โดยการ

เฟ้นหาญาติพี่น้องชดเชย ให้กับลูกกำพร้า กับลูกที่ พ่อ แม่ ไม่สามารถส่งให้กระทำให้ชุบเลี้ยงลูกได้ และลูกที่มีคำบัญชาศาลแทนการให้ความยอมรับของพ่อแม่เด็ก โดยปฏิบัติตามพ.ร.บ.การรับเด็กเป็นลูกบุญธรรม และต้องดำเนินการแบบกระบวนการของกฎปฏิบัติอย่างถูกต้อง

โดยจะต้องยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้หาพี่น้องที่ถูกที่ในการทำหน้าที่เป็นพ่อแม่ให้แก่ผู้เยาว์ เพื่อให้เยาวชนได้มีพัฒนาการที่ดีทั้งทางด้านร่างกาย ความคิด อารมณ์ พร้อมด้วยกลุ่ม รวมทั้งให้การศึกษา เพื่อให้มีชีวิตเป็นปุถุชนที่มีคุณภาพของวงการต่อไปในภาคหน้า

ขั้นตอนการติดต่อขอเป็นครอบครัวชุบชีวิต หรือ รับอุปการะเด็กกำพร้า

ในกรุงเทพฯ สามารถโทรได้ที่ ฝ่ายครอบครัวอุปถัมภ์ ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หรือที่สถานีพัฒนาสังคมและสวัสดิการกทม.  ส่วนในต่างจังหวัด ติดต่อสื่อสารได้ที่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในจังหวัดที่ผู้ขออุปการะมีภูมิลำเนาอยู่

โดยต้องใช้ใบสำคัญดังนี้

  1. ทะเบียนสำมะโนครัว ( สำเนา )
  2. บัตรประชาชน ( สำเนา )
  3. ทะเบียนสมรส หรือ ทะเบียนหย่า หากมี ( สำเนา )
  4. ใบรับรองแพทย์ ( โรงพยาบาลรัฐ )
  5. รูปถ่าย 2 นิ้วครึ่ง จำนวน 2 รูป

การติดตามการเลี้ยงดูเด็กกำพร้าที่ขออุปการะ

   เมื่อญาติโกโหติกาอุปการะที่ได้รับอนุมัติ ให้นำเด็กไปอุปการะค้ำจุน นักสังคมสงเคราะห์ที่ยอมรับผิดชอบจะติดตามเยี่ยมเด็กกำพร้าและครอบครัวเป็นระยะๆ เพื่อให้เกาะติดและให้คำขอคำแนะนำชักจูงในการส่งเสียเด็ก เพื่อให้ผู้เยาว์กำพร้าและพี่น้องอาศัยร่วมกันอย่างสบาย โดยในปีแรกจะพิจารณาเยี่ยมทุก 2 เดือนต่อครั้ง ส่วนในปีถัดถัดไปจะเยี่ยมตามความเหมาะสมแต่ไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง จนกว่าผู้เยาว์ลูกกำพร้าที่เกื้อกูลจะมีวัยครบ 18 ปีบริบูรณ์ หรือเปลี่ยนวิธีการอุปการะลูกเป็นการขอรับเด็กเป็นลูกเลี้ยง

กรรมวิธีการดำเนินงานของครอบครัว รับอุปการะเด็กกำพร้า               

  1. ผู้มีความใฝ่ฝัน รับอุปการะเด็กกำพร้า ที่อยู่ในความเกื้อกูลของสถานอนุกูลของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

                1.)           รับเรื่องและสัมภาษณ์ข้อมูลเบื้องต้น พร้อมกับพิจารณาเอกสารและให้คำสั่งสอนต่างๆ

                2.)           สำรวจเยี่ยมเยียนที่อยู่อาศัยพร้อมด้วยสอบการปฏิบัติเกี่ยวกับสภาพชีวิตและความพอดี ทั้งนี้อาจร้องขอเอกสารเพิ่มเติมในรายที่นำงานพิมพ์มาให้ครบถ้วน ประกอบการนึกคิดคุณสมบัติ

                3.)           มีดำเนินเรื่องร้องขออนุมัติคุณสมบัติต่ออธิบดี เพื่อให้ผู้ขอคุณลูกลูกกำพร้า ที่มีคุณลักษณะเป็นการสมควรไปพบเด็กที่สถานที่บรรเทาทุกข์

                4.)           แจ้งให้ผู้ขอส่งเสียเด็กลูกกำพร้าทราบ พร้อมทั้งมีการส่งคู่มือการเข้าวิเคราะห์ผู้เยาว์ให้สถานที่อนุเคราะห์ที่ยุ่งเกี่ยวรู้

                5.)           ผู้ขอเลี้ยงดูพบเด็กลูกกำพร้าที่มุ่งมาดปรารถนาจะยอมรับเลี้ยงดู สถานที่อนุกูลบอกกล่าวเรื่องราวเด็กที่เหมาะสมและสามารถมอบให้ไปอุดหนุนได้ แล้วดำเนินการขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้ส่งเสียลูกลูกกำพร้า

                6.)           แจ้งให้ผู้ส่งเสียลูกกำพร้าทราบ และส่งรายงานบอกกล่าวสถานที่เกื้อหนุนให้มอบผู้เยาว์แก่ผู้ขอ รับอุปการะเด็กกำพร้า

                7.)           ในเรื่องที่ผู้ร้องขอคุณผู้เยาว์กำพร้ามีคุณสมบัติไม่เหมาะสม จะแจ้งให้ผู้ขอเกื้อกูลเยาวชนรับทราบเป็นจดหมาย

                8.)           ติดตามการเกื้อกูลลูกลูกกำพร้าในปีแรกเยี่ยมเยียนทุก 2 เดือน ในปีถัดไปไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง ตามความพอดี

 

  1. ผู้แสดงความมุ่งหวังขอส่งเสียเด็กกำพร้าถูกละทิ้งซึ่งมีผู้เลี้ยงดูไว้ในวงศาคณาญาติ

                1.)           รับเปลาะ และสืบถามข่าวสารขั้นต้น พร้อมวิเคราะห์งานพิมพ์และให้ข่าวสารต่างๆ

                2.)           วิเคราะห์ไปพบที่อยู่ และสอบความเป็นจริงเกี่ยวกับสภาพทุกข์สุขตามความพอสมควร และการปฏิบัติเพราะว่าประวัติความเป็นมาของเยาวชนลูกกำพร้า

                3.)           เรื่องที่ลูกกำพร้าไม่มีงานพิมพ์ใบสำคัญเกี่ยวกับตนเอง และผู้รับอุปการะเด็กลูกกำพร้าไม่มุ่งมาดปรารถนาส่งลูกเข้าสถานที่เกื้อหนุนเพื่อประกอบกิจเรื่องใบแสดงหลักฐานของเด็ก  ให้ดำเนินเรื่องขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้อุปการะลูกลูกกำพร้า

                4.)           กรณีที่เด็กลูกกำพร้ามีชื่ออยู่ในสารบาญบ้านพักอาศัยของผู้ร้องขอแล้ว ให้ดำเนินเรื่องขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้อุปถัมภ์เด็กกำพร้าและขออนุมัตินำชื่อลูกลูกกำพร้าเข้าอยู่ในความอุปการะของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

                5.)           สถานที่บรรเทาทุกข์เพิ่มชื่อเรื่องเด็กกำพร้าเข้าทะเบียนบ้าน พร้อมทั้งส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับเด็กกำพร้า

                6.)           ตามการชุบเลี้ยงลูกกำพร้า โดยในปีแรกต้องแวะเยี่ยม 2 เดือน ต่อครั้ง และปีถัดไปไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง ตามความพอเหมาะ

ขั้นตอนการดำเนินการขออุดหนุนเด็กลูกกำพร้าในสถานที่อนุกูลของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการแบบครอบครัวอุปถัมภ์

ข้าจะเห็นได้ว่า กระบวนการการดำเนินการร้องขอ รับอุปการะเด็กกำพร้า ไม่ยุงยากเลย แค่เพียงดิฉันมีจิตใจที่คิดจะกู้ภัย เด็กเหล่านี้ก็จะได้ รับส่งเสีย แล้ว



ที่มา : https://www.unicef.or.th/supportus/th

No comments:

Post a Comment