Friday, March 4, 2016

บริจาคเงิน บริจาคใจ

บริจาคเงิน

บริจาคเงิน มิได้เรื่องยุ่งยากเช่นไรแค่เคลื่อนที่ไปย่านปากซอย หยอดเงินใส่ลังบริจาคในเซเว่นที่ประกอบด้วยอยู่ทุกซอยก็แค่เนี้ยง่ายๆจะตายแต่จะมีใครทราบหรือเปล่าว่าสตางค์ไปไหนหยอดแล้วเงินตราไปไหน  ผู้ที่ใคร่ได้เงินตราเป็นอันมากที่รอโอกาสจากผมแค่เพียงกระผมบริจาคเงิน คนรับพึงประสงค์แค่ลู่ทางที่ดิฉันจะหยิบยื่นมอบให้ แค่บริจาคเงิน กากเงินตรา เล็กๆน้อยๆนี้ก็สามารถสร้างหนหน้าให้ใครต่อใครมานักต่อนักแล้ว เชื่อหรือเปล่าว่า เงินเหรียญเล็ก ๆที่ฉันมิใคร่อยากได้เผื่อไว้ไว้ กับโยนให้คนขอทานริมถนน ที่ขนานนามส่งให้หรู ๆว่ากระผมได้บริจาคเงินให้พวกเขาทั้งหลายด้วยซ้ำ ก็เพราะเขามิได้ร่ำร้อง เราให้ด้วยความสมัครใจ กระยาจก มั่งคั่งกว่าดีฉันหลายเท่านักเพราะเศษสตางค์นี่ล่ะ วนิพกบางท่านแรก ๆก็ขอไปงั้น ๆ ไร้เช่นไรทำ หลัง ๆ มีเงินทองเก็บมากมายเข้าก็ชักเพลิดเพลิน กลายเป็นขอจนเป็นอุปนิสัยก็มากหลาย ปรากฎว่าลูกอีช่างขอ แต่ที่พิลึกพิลั่นกว่านั้นก็เป็นพวกที่ ไม่ได้ขอด้วย แต่ให้ร้องเรียกให้หรูว่า บริจาค คนรุ่นเก่า ๆ อาจจะไม่แม่นยำกับ การบริจาคยังงี้ เนื่องจากเพรงไม่ค่อยจะมี ณ เวลานี้ใครมีบุตรวัยกำลังเล่าเรียนก็จะเห็นการ บริจาคเงิน ดังนี้ บริจาคเงินทั้งทีจำเป็นต้อง ห้า หมื่นอัพ กับการจะเข้าชั้นเรียนโรงเรียนซักแห่ง อย่างประเดี๋ยวนี้ ในกรุงเทพมหานครอาจเห็นภาพไม่ค่อยชัดก็เพราะว่ามีตัวเลือกสถานศึกษามากมาย แต่ในบ้านป่า มีอำเภอเมือง อำเภอเดียว เด็กนักเรียนจากทั่วจังหวัดก็หมายจะมาเรียนรู้ในเมือง กรรมวิธี บริจาคเงิน ก็เริ่มต้นนี้ ขอสนับสนุนบริจาคเงิน ห้า หมื่น ช่วยสถานศึกษา แล้วเยาวชนจะได้เรียน เจ็บร้าวหรือเปล่า มิจ่ายก็ได้ แต่ไม่เรียนรู้นี่คือข้อพิสูจน์อันแสนร้าวรานของประธานาธิบดีที่มีลูกไหวพริบดี สอบได้แต่ไม่มีโอกาสเรียนรู้โดยไม่รู้จักคำว่า บริจาคเงิน

 บริจาคเงิน

บริจาคเงิน

บริจาคเงิน แม้จะบอกไปแล้ว ประเทศไทยของข้าก็ติดอันดับในเรื่องการบริจาคเงินกับเขาเหมือนกัน เปรียบชั้นคนมีเงินแถวหน้าก็ว่าได้ถ้าเอากรณี บริจาคเงินมาเป็นตัววัด ปี สองพันสิบสี่  ผมติดระดับ  3 เรื่องบริจาคเงินเลยทีเดียว โดยคนไทยขี้เวทนา และการบริจาคเงิน มีผลตรวจหามาแล้วว่าเป็นวิธีการที่ง่ายๆสุด ๆ ที่คนกระผมจะเสียสละกัน อย่างขณะนี้ที่มีข่าวออกทีวี ชาวไทยนี้ดี สละให้อารามซะมาก จนคนร้ายมาชิงทรัพย์ ตู้บริจาคไปแล้วถึง แปดใบ เวลานี้ก็ต้องรับสละกล่องรับบริจาคไปพลาง ๆการ บริจาคเงิน ในที่พักอาศัยกระผมเป็นที่นิยมบริจาคให้กับสมาคมต่าง ๆ โดยจะเน้นหนักการบริจาคเงิน ส่งให้เพื่อให้อนุเคราะห์ลูกกำพร้า การบริจาคเงิน เพื่อเป็นทุนการศึกษาเยาวชน พร้อมกับถ้าหากเป็นระยะที่มีปัญหาเรื่องราวความฉิบหายต่าง ๆเช่นปี 54 ที่มีอุทกภัยหรือปี 46 ที่เกิด สึนามิ ชาวไทยก็มีการ บริจาคเงิน กันอย่างมากมายก่ายกอง ส่วนสิทธิ์ผลที่ได้มาถ้ามีทาน อย่างคนที่บริจาคอย่างอื่นที่มิใช่ตัวเงินตรา ด้วยบางคนก็ไม่นิยม บริจาคเงิน แต่ จะสละสิ่งของเครื่องใช้เครื่องใช้ทดแทน กับ สละเลือด บริจาคเกร็ดเลือดที่อาจทำได้ทุกเดือน กับหากใครของที่ที่อยู่อาศัยเพียบก็อาจชี้ทางเสียสละได้ หรือใครพร้อมด้วยที่จะเสียสละสรีระ แขนขา ดวงตา ก็อาจจะทำได้หากมิปรารถนาบริจาคเงิน การบริจาคเงิน ตรงนั้นในเวลานี้มีการกำหนดจุดประสงค์ชัดเจน ดังเช่น  บริจาคเงิน เพื่อไถ่ชีวิตโคกระบือ บริจาคเงิน สำหรับ อนุเคราะห์น้ำท่วม สิ่งนี้จะเป็นเหตุให้เรารู้ว่าเงินตราข้าพเจ้าไปที่ใดบ้าง อย่างที่วัด การบริจาคเงิน บางอาราม สละ สิบ บาท 20 บาท ก็มีการขึ้นนาม แจ้งไว้ว่าใครสละบ้าง ส่วนการใช้ประโยชน์ก็ต้องสุดแล้วแต่วัดวาอารามว่าจะใช้ประโยชน์ดำเนินงานอย่างไร

บริจาคเงิน

บริจาคเงิน

การบริจาคเงิน กับ การบำเพ็ญทานสมัยปัจจุบัน หากจะทำก็ต้องเลือกทำให้ดี ให้ตรงจุด ตัวอย่างเช่น การซื้อนก ปลา เพื่อชี้บอกไปยอม หากมีความจงใจดีก็อย่าไปซื้อหา นกปลาที่เขามีการเตรียมตัวไว้ มันก็เหมือนไปส่งเสริมให้เขา ไปจับ ไปล่อมาค้าขาย กับนกที่ข้าพเจ้าปล่อย ๆ ไป มันก็เปลี่ยนมาที่เดิม ก็นกมันมีอยู่แต่ในกรงไม่รู้จะไปไหน หรือการ บริจาคเงิน ให้เด็กขอทาน กับคนยาจกต่าง ๆ ยิ่งให้ก็ยังกะเป็นการเอาใจช่วยให้มีคนขอทานอยู่รองลงไป ลองฉันไม่ให้ ไม่ส่งเสริม เขาก็เลิกขอกันไปเอง การบริจาคเงินชั่ววูบนี้ ดูจะเป็นกรณีพื้นๆ ไปแล้วสำหรับคนทั่ว ๆไป เพราะแค่คิดว่าหยอดไป ไม่กี่ตังค์ ไม่ต้องคิดอะไรมาก เช่น ตู้ที่ตั้งอยู่ในร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ กับในห้างสรรพสินค้าที่ จ่ายสตางค์ค่าของใช้เสร็จปั๊บ ก็เจอตู้เสียสละ ดิฉันก็ทำจนเป็นความเคยที่ต้องหยอด โดยไม่รู้เรื่องว่าเงินนั้นเอาไปทำสิ่งไร เอาไปไหน  หรือการบริจาคเงินกับสื่อต่าง ๆ ที่มีการโหนทางต่าง ๆ ให้ดิฉัน บริจาคเงินกัน เมื่อก่อนจะมีการชวนคนบริจาคเงินด้วยมีการเจรียง คนก็โทรศัพท์เข้าไปเสียสละเป็นอันมาก ถ้าใครมีใจคอที่คิดจะบริจาคจริง ๆ ก็คิดหน้าคิดหลังกันสักนิดก่อนคิดที่จะหยอดสตางค์ กับโอนสตางค์ให้ใคร ถ้าหากคิดว่าใช่ ก็สละไปเถอะ อย่างน้อย ๆ ก็ทำให้เบิกบานใจ เงินตราจะไปใดก็ค่อยมาว่ากัน

บริจาคเงินแล้ว เว้นแต่ว่าได้ความสดใส หากใครบริจาคบ่อย ๆ ก็ลองดูเรื่องการลดภาษีอากรไว้บ้าง คนกินค่าจ้างรายเดือนที่ค่าจ้างรายเดือน 2 3 หมื่นทางบริษัทของกระผมมีการหักสตางค์ได้ส่งเงินภาษีไปตลอดเดือนหากฉัน ไม่ได้นำเงินที่ดีฉันสละ ไปตลอดเดือนมาหักลดหย่อนภาษีอากร คิดว่า เงินเดือน 25,000 รวมยอดเงินปันผล อีกราว แปด เก้าหมื่น รวมทั้งสิ้นแล้วจ่ายเงินภาษีไป เฉียด หกพัน ถ้าค้ำชูลูกหลาน คุณพ่อ คุณแม่ด้วย พร้อมกับ ใช้สิทธิ์ลดจากการบริจาคเงินมารวมด้วย ก็จะได้ส่งกลับภาษีเป็นแน่ หากฉันสละให้โรงเรียนตามที่ภาษีอากรระบุ หลายแห่งก็จะนำมาหักลดได้ถึง สองเท่าของยอดสตางค์สละ แต่ทั้งนี้ต้องดูระเบียนจากภาษีพร้อมกันไปด้วยเพื่อจะได้ใช้สิทธิ์ให้สุดขีด

บริจาคเงิน กระผมจะเสียสละที่ใด เมื่อไร กับให้ใครก็ได้เป็นเงินของข้า สิทธิของผมที่จะ บริจาคเงิน แต่ ลองดูนิดนึงว่า เขาเอาไปทำกระไร ที่ใด ให้พร้อมกับใคร น่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน อย่าแค่ โยน ใส่ตู้ ไม่ได้ดูตาม้าตาเรือ ทำแล้วก็ให้ดีนิด ถ้าข้าพเจ้านึก จะ บริจาคเงิน



ที่มา : https://www.unicef.or.th/supportus/th/campaign/Earthquake_Nepal_th

No comments:

Post a Comment