Tuesday, March 8, 2016

บริจาคเงิน บริจาคใจ

บริจาคเงิน

บริจาคเงิน มิใช่เรื่องลำบากอะไรแค่ไปไปย่านปากตรอก หยอดสตางค์ใส่กล่องบริจาคในเซเว่นที่มีอยู่ทุกซอยก็แค่เนี้ยสะดวกจะตายแต่จะมีใครรู้สึกหรือเปล่าว่าสตางค์ไปไหนหยอดแล้วเงินไปไหน  ผู้ที่ปรารถนาสตางค์มากที่รอโอกาสจากผมเพียงแค่ข้าบริจาคเงิน คนรับประสงค์แค่ลู่ทางที่ข้าพเจ้าจะหยิบยื่นส่งให้ แค่บริจาคเงิน กากสตางค์ เล็กๆน้อยๆนี้ก็อาจจะสร้างอนาคตให้ใครๆมานักต่อนักแล้ว เชื่อหรือเปล่าว่า เงินตราเหรียญเล็ก ๆที่ข้าพเจ้าไม่ใคร่อยากได้เผื่อไว้ไว้ พร้อมกับเขวี้ยงให้ขอทานข้างถนน ที่เรียกให้หรู ๆว่าดีฉันได้บริจาคเงินให้เขาทั้งหลายด้วยซ้ำ ก็เนื่องจากเขาไม่ได้รบเร้า ผมให้ด้วยความอาสา วณิพก มั่งคั่งกว่ากระผมหลายเท่านักเพราะกากสตางค์นี่ล่ะ วณิพกบางคนแรก ๆก็ขอไปงั้น ๆ ไม่มีอย่างไรทำ หลัง ๆ มีเงินเก็บมากเข้าก็ชักเพลิน กลายเป็นขอจนเป็นนิสัยก็มากมาย พูดว่าลูกอีช่างขอ แต่ที่แปลกประหลาดกว่านั้นก็เป็นพวกที่ มิได้ขอด้วย แต่ให้เรียกให้หรูว่า บริจาค คนรุ่นเก่า ๆ อาจจะไม่รู้จักดีกับ การบริจาคอย่างนี้ เพราะเพรงไม่ค่อยจะมี ในเวลานี้ใครมีลูกวัยกำลังศึกษาก็จะเห็นการ บริจาคเงิน ยังงี้ บริจาคเงินทั้งทีจำเป็นต้อง 5 หมื่นอัพ กับการจะเข้าชั้นเรียนโรงเรียนซักแห่ง อย่างเวลานี้ ในกทม.อาจเห็นภาพไม่ค่อยชัดทั้งนี้เพราะมีตัวเลือกสถานศึกษามากมาย แต่ในชานเมือง มีอำเภอเมือง อำเภอเดียว นักเรียนจากทั่วจังหวัดก็หมายมั่นจะมาเรียนในตัวเมือง ขั้นตอน บริจาคเงิน ก็เริ่มนี้ ร้องขอช่วยบริจาคเงิน 5 หมื่น ช่วยสถานศึกษา แล้วผู้เยาว์จะได้เรียนรู้ เจ็บหรือเปล่า ไม่จ่ายก็ได้ แต่ไม่เล่าเรียนนี่คือข้อพิสูจน์อันแสนเจ็บช้ำน้ำใจของประธานาธิบดีที่มีลูกหลานหัวไว สอบได้แต่ไร้ช่องทางเรียนรู้ด้วยไม่คุ้นเคยคำว่า บริจาคเงิน

 บริจาคเงิน

บริจาคเงิน

บริจาคเงิน ถ้าหากจะเจรจาไปแล้ว ประเทศไทยของดิฉันก็ติดอันดับในกรณีการบริจาคเงินกับเขาด้วย เทียบเคียงชั้นคนรวยแถวหน้าก็ว่าได้หากเอาเรื่องราว บริจาคเงินมาเป็นตัววัด ปี 2014  ข้าติดอันดับ  สาม เรื่องราวบริจาคเงินเลยทีเดียว สำหรับคนไทยขี้เห็นอกเห็นใจ กับการบริจาคเงิน มีผลพิจารณามาแล้วว่าเป็นวิธีการที่ง่ายสุด ๆ ที่คนเราจะเสียสละกัน อย่างระยะนี้ที่มีข่าวออกทีวี คนไทยนี้ดี เสียสละให้อารามซะเยอะแยะ จนหัวขโมยมาชิง ตู้บริจาคไปแล้วถึง แปดใบ ประเดี๋ยวนี้ก็ต้องรับเสียสละกล่องรับบริจาคไปพลาง ๆการ บริจาคเงิน ในที่พักอาศัยฉันเป็นที่นิยมสละให้กับสมาคมต่าง ๆ โดยจะเน้นการบริจาคเงิน ส่งให้เพื่อให้สงเคราะห์เด็กกำพร้า การบริจาคเงิน เพื่อให้เป็นทุนเล่าเรียนผู้เยาว์ พร้อมกับถ้าเป็นตอนที่มีปัญหาเรื่องภยันตรายต่าง ๆเช่นปี ห้าสิบสี่ ที่มีอุทกภัยหรือปี สี่สิบหก ที่เกิด สึนามิ คนไทยก็มีการ บริจาคเงิน กันอย่างเหลือล้น ส่วนสิทธิคุณค่าที่ได้มาถ้ามีการบริจาค อย่างคนที่บริจาคอย่างอื่นที่หามิได้ตัวสตางค์ ก็เพราะว่าบางท่านก็ไม่นิยม บริจาคเงิน แต่ จะบริจาคเครื่องใช้เครื่องใช้แทน หรือ เสียสละเลือด เสียสละเกร็ดเลือดที่สามารถทำได้ทุกเดือน หรือถ้าหากใครเครื่องใช้ที่บ้านเยอะแยะก็อาจนำไปสละได้ หรือใครพร้อมที่จะเสียสละร่างกาย แขนขา ดวงตา ก็อาจทำได้หากมิประสงค์บริจาคเงิน การบริจาคเงิน นั้นประเดี๋ยวนี้มีการกำหนดจุดหมายชัดเจน เช่น  บริจาคเงิน สำหรับไถ่ชีวีโคกระบือ บริจาคเงิน เพื่อให้ สงเคราะห์น้ำท่วม อันนี้จะเป็นเหตุให้ผมรู้ว่าสตางค์กระผมไปแห่งไหนบ้าง อย่างที่อาราม การบริจาคเงิน บางวัดวาอาราม เสียสละ 10 บาท ยี่สิบ บาท ก็มีการขึ้นนาม แจ้งไว้ว่าใครเสียสละบ้าง ส่วนการนำไปใช้ก็ต้องสุดแท้แต่วัดวาอารามว่าจะนำไปใช้ดำเนินงานอย่างไร

บริจาคเงิน

บริจาคเงิน

การบริจาคเงิน กับ การบริจาคทานปัจจุบัน หากจะทำก็ต้องเลือกทำให้ดี ให้ตรงจุด เช่น การซื้อนก ปลา เพื่อชี้บอกไปอนุญาต หากมีมุ่งมั่นดีก็อย่าไปจ่าย นกปลาที่เขามีการเตรียมตัวไว้ มันก็ดุจดังไปสนับสนุนให้เขา ไปจับ ไปล่อมาซื้อขาย กับนกที่ข้าปล่อย ๆ ไป มันก็แต่กลับมาที่เดิม ก็นกมันมีอยู่แต่ในกรงไม่รู้เรื่องจะไปไหน หรือการ บริจาคเงิน ให้เด็กกระยาจก หรือคนยาจกต่าง ๆ ยิ่งให้ก็ดังเป็นการอุปถัมภ์ให้มีขอทานอยู่รองลงไป ลองเราไม่ให้ ไม่ส่งเสริม เขาก็เลิกขอกันไปเอง การบริจาคเงินชั่วพริบตาเดียวนี้ ดูจะเป็นเรื่องราวเป็นปกติ ไปแล้วสำหรับคนทั่ว ๆไป เพราะแค่คิดว่าหยอดไป ไม่กี่ตังค์ ไม่ต้องคิดอะไรมาก เช่น ตู้ที่ตั้งอยู่ในร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ กับในห้างที่ ชำระเงินค่าของใช้เสร็จปั๊บ ก็เจอตู้สละ ข้าก็ทำจนเป็นความกลายเป็นนิสัยที่ต้องหยอด โดยไม่รู้ว่าเงินนั้นเอาไปทำกระไร เอาไปไหน  กับการบริจาคเงินกับตัวนำต่าง ๆ ที่มีการโหนทางต่าง ๆ ให้กระผม บริจาคเงินกัน เมื่อก่อนจะมีการเชิญบุคคลบริจาคเงินโดยมีการขับกล่อม คนก็ติดต่อเข้าไปสละเหลือเฟือ หากใครมีความคิดที่ทบทวนดูจะสละจริง ๆ ก็ข่มใจกันสักนิดก่อนทบทวนดูที่จะหยอดเงินตรา หรือโอนสตางค์ให้ใคร ถ้าคิดว่าใช่ ก็สละไปเถอะ อย่างน้อย ๆ ก็ทำให้สดใส เงินจะไปใดก็ค่อยมาว่ากัน

บริจาคเงินแล้ว ยกเว้นได้ความเบิกบานใจ หากใครบริจาคบ่อย ๆ ก็ลองดูกรณีการลดหย่อนภาษีไว้บ้าง คนกินค่าตอบแทนรายเดือนที่ค่าตอบแทนรายเดือน 2 สาม หมื่นทางบริษัทของดีฉันมีการหักเงินตราได้ส่งเงินภาษีไปทั้งปวงเดือนหากกระผม มิได้นำสตางค์ที่ข้าพเจ้าบริจาค ไปทั้งปวงเดือนมาหักลดภาษี สมมติ ค่าตอบแทน 25,000 รวมทั้งสิ้นเงินปันผล อีกราว แปด เก้าหมื่น รวมทั้งสิ้นแล้วจ่ายเงินภาษีไป จวน หกพัน ถ้าเกื้อกูลลูกชาย พ่อ คุณแม่ด้วย กับ ใช้สิทธิลดหย่อนจากการบริจาคเงินมาร่วมมือด้วย ก็จะได้ส่งคืนภาษีอากรแน่แท้ หากดีฉันสละให้สถานศึกษาตามที่ภาษีอากรระบุ มากหลายแห่งก็จะนำมาหักลดได้ถึง 2เท่าของยอดเงินตราเสียสละ แต่ทั้งนี้ต้องดูรายการจากภาษีอากรควบคู่ไปด้วยเพื่อจะได้ใช้สิทธิให้อย่างจัง

บริจาคเงิน ฉันจะเสียสละแห่งใด เมื่อไหร่ กับให้ใครก็ได้เป็นเงินของกระผม สิทธิของเราที่จะ บริจาคเงิน แต่ เผชิญดูนิดนึงว่า เขาเอาไปทำอย่างไร ที่ไหน ให้พร้อมกับใคร สมจริงมากน้อยแค่ไหน อย่าแค่ หย่อน ใส่ตู้ ไม่ได้ดูตาม้าตาเรือ ทำแล้วก็ให้ดีนิด หากดิฉันนึก จะ บริจาคเงิน



เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : https://www.unicef.or.th/supportus/th/campaign/Earthquake_Nepal_th

No comments:

Post a Comment