Friday, March 4, 2016

รับอุปการะเด็กกำพร้า เพื่อชีวิตที่สดใส ร่วมสร้างอนาคต ให้เด็กกำพร้า ร่วมกัน รับอุปการะเด็กกำพร้า

รับอุปการะเด็กกำพร้า

สมัยปัจจุบัน ปริศนา ลูกลูกกำพร้า ได้เปลี่ยนไปเป็นปมปัญหา ระดับรัฐ ไปแล้ว เพราะว่า ต้นเหตุ หลาย ๆ ชนิด เช่นว่า ชายหนุ่ม วัยแรกรุ่น มีภาระหน้าที่ ไม่สามารถรับผิดชอบลูกชายลูกหญิงได้ หน้าที่ทางแวดวงไม่อาจประเจิดประเจ้อได้ ขาดแคลนคน อุดหนุน สิ่งต่าง ๆ กลุ่มนี้ทำเอาเกิด ปริศนา เด็กกำพร้า ขึ้นเป็นอันมาก   เราจะมองเห็นว่ามีข้อมูล ในถ้อยคำ ลูกกำพร้า การทอดทิ้งลูก การ รับอุปการะเด็กกำพร้า ให้เพ่ง ไม่เว้นแม้แต่ละวัน  สาเหตุ หลัก ๆ ที่เกิดผู้เยาว์กำพร้า เกิดที่การขาดแคลนความรับผิดชอบ ของบุรพาจารย์ลูกคือ ประธาน ประกอบพร้อม ความไม่พร้อมทั้งของบูรพาจารย์, ตระกูล รวมกระทั่งถึง คนสนิทของบิดามารดาเด็กเอง ที่เป็นตัวแปรเป็นเหตุให้เกิด เด็กกำพร้า เหล่านี้ขึ้น จากสถิติที่น่าตกใจ ดีฉันพบว่าเศษหนึ่งส่วนสองของคนทั้งโลกที่พักอยู่บนโลก ใบ เล็ก ๆ ใบนี้ พำนักภายในความแร้นแค้น  ลูก กับ ครอบครัว จำเป็นดิ้​​นรนขัดขืนเพื่อให้ความรอดชีวิต การปล่อยปละละเลยเด็ก การละเมิด  ,ปล่อยทิ้ง,กัน หรือ แม้กว่าการล่วงละเมิดทางเพศ กับ เยาวชน ก็เกิด ขึ้น และมีให้เห็นบ่อย ๆ  ในทางเปลี่ยน ข้อสงสัย ผู้เยาว์กำพร้า ก็มีขึ้นมาด้วยตรง กับ เหตุผล ที่ปรากฎว่าความ “ ยากจน “  ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงชม สถานสงเคราะห์ต่าง ๆ ออกมา ขอเกี่ยวความสมคบคิด ในการ รับอุปการะเด็กกำพร้า อย่างเป็นอันมาก

รับอุปการะเด็กกำพร้า

รับอุปการะเด็กกำพร้า

ปัญหา ลูกลูกกำพร้า สมัยปัจจุบันได้ถูกปล่อยทิ้ง กับนับวันจะกลับกลายเป็นปมปัญหากินเวลา ทุแก่การฟื้นฟู พร้อมกับพิจารณาจากที่ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เป็นพิเศษ ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หน่วยงานในสังกัด กรมพัฒนาสังคม และ สวัสดิการ  กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ที่รออยู่เป็นลู่ทาง เกลาคำถาม ในการ รับอุปการะเด็กกำพร้า ซึ่งเราจะเห็นว่าปัจจุบันนี้ มีการนำลูก จากกระทำ ไปชี้นำมาของ ที่อาศัยลูกต่าง ๆ ออกมา ทำรังแก หรือใช้พลังงานเยาวชน หรือพาไปซื้อขายต่อให้ เจ้าสัว และข้างใน พร้อมด้วย ข้างนอกแว่นแคว้น เพื่อแสวงหาผลกำไรที่ผู้เยาว์กำพร้า

รับอุปการะเด็กกำพร้า หรือ การรับลูกลูกกำพร้า  ที่เป็นบุตรของบุคคลอื่นรับมาดูแล อาจพบเจอได้ในสังคมไทยมานาน เช่น รับอุปการะเด็กกำพร้า จาก วงศ์ญาติ ญาติพี่น้อง หรือบุคคลที่รู้จักสนิท กันดี แต่ขาดแคลนแคลนทุนทรัพย์

 

       การ รับอุปการะเด็กกำพร้า ตามกฎเกณฑ์เริ่มต้นมีขึ้นเมื่อมี การข่าวสารใช้ประมวลเทศบัญญัติแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ซึ่งจำกัดให้จงมีการจดบัญชีชื่อ ตามพระราชบัญญัติ จดบัญชีรายชื่อตระกูล ในปี พ.ศ. 2478

     ใน   พ.ศ. 2508 กรมประชาสงเคราะห์ ได้ ดำเนินการจัดเตรียมหาจัดพี่น้อง ที่ อุปการะเด็กกำพร้า ที่ ถูกเพิกเฉย โดยมีการออก เป็นเกณฑ์ กรมประชาสงเคราะห์ ว่าด้วยการเกื้อกูลลูกลูกกำพร้า โดยทางหาผู้ค้ำจุนส่งให้แก่เยาวชนกำพร้า ถึงกระนั้นการดำเนินงานดังที่กล่าวมาแล้วก็ยังแคบอยู่เจาะจงเด็กกำพร้า แค่ในความอุปการะของกรมประชาสงเคราะห์เท่านั้น พร้อมทั้ง ในเวลานั้นอีกต่างหากไม่มีการกำหนดให้สำนักงาน สถานพยาบาล หรือ มูลนิธิ ที่มีผู้เยาว์กำพร้า ถูกทิ้งๆ ขว้างๆจะต้องส่งลูกให้กรมประชาสงเคราะห์ พร้อมด้วยขัดสนเทศบัญญัติหรือสหพันธ์เฉพาะที่ลงมือกิจธุระสั่งคุ้มครองงานด้านการ รับอุปการะเด็กกำพร้า จึงเกิดระยะส่งให้ประกอบด้วยการมองหาผลได้จากเด็กกำพร้ากลุ่มนี้ ที่พบในรูปแบบของการรับเยาวชนเป็นลูกชายลูกหญิง ราวปี พ.ศ.2519 - 20 มีการค้าขายเยาวชนกำพร้าให้กับคนต่างชาติเป็นปริมาณมาก จึงได้มี  มาตรการรักษาการ การ รับอุปการะเด็กกำพร้า

โดย ห้ามร.พ. สถานพยาบาล หรือ สมาคม ต่างๆ ยกผู้เยาว์กำพร้าให้แก่คนใดไปเลี้ยงหรือรับไปเป็นบุตรบุญธรรม ต่อมามีการจัดตั้ง "ศูนย์อำนวยการรับบุตรบุญธรรม" และมีการร่างข้อบัญญัติเฉพาะออกมาเรียกว่า พ.ร.บ.การรับเด็กเป็นลูกบุญธรรม เป็น "ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม" จนปัจจุบัน ซึงนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การยอมรับเยาวชนเป็นลูกเลี้ยงไม่ว่าผู้เยาว์นั้นจะเป็นผู้เยาว์มี พ่อ แม่ กับเยาวชนกำพร้าถูกไม่ไยดี ต้องดำเนินการภายใต้ข้อเขียนไว้ ของพระราชบัญญัติการรับเยาวชนเป็นลูกบุญธรรมทุกประการ

 รับอุปการะเด็กกำพร้า

       ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมนั้นกอบด้วยภาระรับผิดชอบในการมอบให้บริการด้านการแก้ไขสวัสดิการเยาวชนโดยการ

เฟ้นหาสกุลตอบแทน ให้กับเยาวชนกำพร้า หรือเยาวชนที่ พ่อ แม่ ไม่สามารถให้กระทำอุดหนุนเลี้ยงดูเยาวชนได้ และเด็กที่มีคำประกาศิตศาลทำแทนการให้ความยอมรับของพ่อแม่ผู้เยาว์ โดยปฏิบัติตามพ.ร.บ.การรับเด็กคือลูกเลี้ยง และต้องดำเนินการแบบกระบวนการของเทศบัญญัติอย่างถูกต้อง

โดยจะต้องยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อที่จะจัดหาญาติที่พอเหมาะในการทำงานเป็นพ่อแม่ส่งให้แก่เด็ก เพื่อให้ลูกได้มีความเจริญที่ดีทั้งทางด้านร่างกาย ความคิด จิตใจ พร้อมด้วยเข้าผู้เข้าคน รวมทั้งให้การศึกษา เพื่อให้มีชีวิตเป็นสมาชิกที่มีคุณลักษณะของแวดวงต่อไปในภายภาคหน้า

ขั้นตอนการติดต่อขอเป็นครอบครัวเกื้อกูล กับ รับอุปการะเด็กกำพร้า

ในกรุงเทพมหานคร อาจจะโทรศัพท์ได้ที่ ฝ่ายครอบครัวอุปถัมภ์ ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หรือที่สำนักงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการกรุงเทพฯ  ส่วนในต่างจังหวัด ติดต่อได้ที่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในจังหวัดที่ผู้ขออุปการะมีภูมิลำเนาอยู่

โดยต้องใช้ใบแสดงหลักฐานดังนี้

  1. ทะเบียนสำมะโนครัว ( สำเนา )
  2. บัตรประจำตัว ( สำเนา )
  3. ทะเบียนสมรส หรือ ทะเบียนหย่า หากมี ( สำเนา )
  4. ใบรับรองแพทย์ ( โรงพยาบาลรัฐ )
  5. รูปถ่าย 2 นิ้วครึ่ง จำนวน 2 รูป

การติดตามการเลี้ยงดูเด็กกำพร้าที่ขออุปการะ

   เมื่อญาติพี่น้องอุปการะที่ได้รับอนุมัติ ให้นำเยาวชนไปอุปการะค้ำชู นักสังคมสงเคราะห์ที่รับผิดชอบจะติดตามเยี่ยมเด็กกำพร้าและครอบครัวเป็นระยะระยะ เพื่อที่จะติดตามและให้คำหารือชี้ทางในการเลี้ยงดูลูก เพื่อให้ลูกลูกกำพร้าและครอบครัวมีอยู่กับอย่างฉลุย โดยในปีแรกจะเลือกคัดเยี่ยมทุก 2 เดือนต่อครั้ง ส่วนในปีถัดถัดไปจะเยี่ยมเยียนตามความเป็นการสมควรแต่ไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง จนกว่าเด็กลูกกำพร้าที่อุดหนุนจะมีวัยครบ 18 ปีครบ หรือเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงดูผู้เยาว์เป็นการขอรับเด็กเป็นลูกเลี้ยง

ขั้นตอนการดำเนินงานของวงศ์วาน รับอุปการะเด็กกำพร้า               

  1. ผู้มีพระราชประสงค์ รับอุปการะเด็กกำพร้า ที่อยู่ในความคุณของสถานช่วยเหลือของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

                1.)           รับเรื่องและสัมภาษณ์ข่าวคราวเบื้องต้น กับตรวจงานพิมพ์และให้คำพินิตต่างๆ

                2.)           วิเคราะห์แวะเยี่ยมที่อยู่กับสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานภาพความเป็นอยู่และกาลเทศะ ทั้งนี้อาจร้องขอสิ่งพิมพ์เพิ่มพูนในรายที่นำเอกสารมาให้ครบถ้วน ประกอบการวินิจคุณสมบัติ

                3.)           มีดำเนินเรื่องร้องขออนุมัติคุณลักษณะต่ออธิบดี เพื่อให้ผู้ขอความเกื้อกูลเยาวชนลูกกำพร้า ที่มีคุณวุฒิพอสมควรไปพบเด็กที่สถานอนุกูล

                4.)           แจ้งให้ผู้ขออุดหนุนผู้เยาว์กำพร้ารับทราบ กับมีการส่งตำราการเข้าวินิจผู้เยาว์ให้สถานอนุกูลที่ข้องเกี่ยวตระหนัก

                5.)           ผู้ร้องขออุปถัมภ์พบผู้เยาว์ลูกกำพร้าที่มุ่งหมายจะรับเลี้ยงดู สถานอนุกูลแจ้งความเป็นมาเด็กที่เป็นการสมควรและสามารถมอบให้ไปเลี้ยงดูได้ แล้วดำเนินการร้องขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้คุณผู้เยาว์กำพร้า

                6.)           บอกให้ผู้เกื้อกูลลูกกำพร้าทราบ และส่งรายงานแจ้งสถานบรรเทาทุกข์ให้แจกเด็กแก่ผู้ร้องขอ รับอุปการะเด็กกำพร้า

                7.)           ในความที่ผู้ขอเกื้อกูลผู้เยาว์กำพร้ามีคุณสมบัติไม่เหมาะสม จะแจ้งให้ผู้ร้องขอส่งเสียเยาวชนทราบเป็นคู่มือ

                8.)           ติดตามการสนับสนุนผู้เยาว์ลูกกำพร้าในปีแรกไปพบทุก 2 เดือน ในปีถัดไปไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง ตามความพอสมควร

 

  1. ผู้แสดงความตั้งใจร้องขอคุณเด็กลูกกำพร้าถูกทิ้งซึ่งมีผู้เลี้ยงดูไว้ในครัวเรือน

                1.)           รับข้อ และสอบถามข่าวคราวขั้นแรก พร้อมทดสอบสิ่งพิมพ์และให้ข่าวคราวต่างๆ

                2.)           เลือกคัดเยี่ยมบ้าน และสอบการปฏิบัติเกี่ยวกับสภาพการดำรงอยู่ตามความคู่ควร และการปฏิบัติเกี่ยวเรื่องราวความเป็นมาของเยาวชนลูกกำพร้า

                3.)           ข้อความที่เยาวชนลูกกำพร้าไม่มีสิ่งพิมพ์ใบสำคัญเกี่ยวกับตนเอง และผู้ยอมรับส่งเสียผู้เยาว์กำพร้าไม่หมายมั่นส่งเยาวชนเข้าสถานเกื้อกูลเพื่อปฏิบัติเรื่องใบแสดงหลักฐานของผู้เยาว์  ให้ดำเนินเรื่องขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้เกื้อกูลเยาวชนกำพร้า

                4.)           กรณีที่ลูกลูกกำพร้ามีชื่ออยู่ในระเบียนบ้านเรือนของผู้ขอแล้ว ให้ดำเนินเรื่องร้องขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้ส่งเสียเยาวชนกำพร้าและขออนุมัตินำชื่อเยาวชนลูกกำพร้าเข้าไปเข้าอยู่ในความอุดหนุนของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

                5.)           สถานสงเคราะห์เพิ่มนามสมญาเด็กกำพร้าเข้าทะเบียนบ้าน พร้อมทั้งส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับเด็กกำพร้า

                6.)           เกาะติดการอุ้มชูผู้เยาว์ลูกกำพร้า โดยในปีแรกต้องไปหา 2 เดือน ต่อครั้ง และปีถัดไปไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง ตามความพอเหมาะ

ขั้นตอนการดำเนินการขอคุณผู้เยาว์ลูกกำพร้าในสถานเกื้อหนุนของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการแบบครอบครัวอุปถัมภ์

ดิฉันจะเห็นได้ว่า กรรมวิธีการดำเนินการขอ รับอุปการะเด็กกำพร้า ไม่ยุงยากเลย แค่เพียงผมมีความคิดที่คิดจะค้ำจุน เด็กเหล่านี้ก็จะได้ รับเลี้ยงดู แล้ว



เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : https://www.unicef.or.th/supportus/th

No comments:

Post a Comment