Sunday, March 6, 2016

บริจาคเงิน บริจาคใจ

บริจาคเงิน

บริจาคเงิน หามิได้เรื่องยากลำบากอย่างไรแค่ก้าวเดินไปแนวปากซอย หยอดเงินตราใส่กล่องบริจาคในเซเว่นที่ประกอบด้วยอยู่ทุกซอยก็แค่เนี้ยง่ายๆจะตายแต่จะมีใครรู้หรือเปล่าว่าเงินไปไหนหยอดแล้วเงินไปไหน  ผู้ที่พึงประสงค์สตางค์มากมายที่รอโอกาสจากข้าพเจ้าเพียงแค่ผมบริจาคเงิน ผู้รับมุ่งหมายแค่หนทางที่เราจะหยิบยื่นให้ แค่บริจาคเงิน เศษเงิน เล็กๆน้อยๆนี้ก็สามารถทำหนหน้าให้ทุกคนมานักต่อนักแล้ว เชื่อหรือเปล่าว่า เงินเหรียญเล็ก ๆที่ข้าพเจ้ามิใคร่อยากเผื่อไว้ไว้ พร้อมทั้งเขวี้ยงให้วณิพกข้างถนน ที่ตั้งชื่อส่งให้หรู ๆว่าฉันได้บริจาคเงินให้เขาทั้งหลายด้วยซ้ำ ก็เนื่องจากเขามิได้ร้องขอ ดิฉันให้ด้วยความอาสา วนิพก มีเงินมีทองกว่าฉันหลายทบนักเพราะเศษเงินนี่ล่ะ ยาจกบางท่านแรก ๆก็ขอไปงั้น ๆ ปราศจากเช่นไรทำ หลัง ๆ มีสตางค์เก็บมากมายเข้าก็ชักเพลิน กลายเป็นขอจนเป็นนิสัยก็มาก เรียกว่าลูกอีช่างขอ แต่ที่พิลึกพิลั่นกว่านั้นก็เป็นพวกที่ ไม่ขอด้วย แต่ให้เรียกให้เริดว่า บริจาค คนรุ่นเก่า ๆ อาจจะไม่คุ้นตากับ การบริจาคยังงี้ เพราะครั้งก่อนไม่ค่อยจะมี ระยะนี้ใครมีลูกหลานวัยกำลังเรียนก็จะเห็นการ บริจาคเงิน เช่นนี้ บริจาคเงินทั้งทีจำต้อง 5 หมื่นอัพ กับการจะเข้าเรียนสถานที่เรียนซักแห่ง อย่างช่วงนี้ ในกรุงเทพมหานครอาจเห็นภาพไม่ค่อยชัดเพราะมีตัวเลือกสถานที่เรียนเยอะแยะ แต่ในนอกเมือง มีอำเภอเมือง อำเภอเดียว นักเรียนของทั่วจังหวัดก็หมายจะมาศึกษาเล่าเรียนในตัวเมือง ขั้นตอน บริจาคเงิน ก็เริ่มนี้ ร้องขอสนับสนุนบริจาคเงิน ห้า หมื่น ช่วยสถานศึกษา แล้วผู้เยาว์จะได้เล่าเรียน อาดูรหรือเปล่า มิชำระก็ได้ แต่ไม่เรียนรู้นี่คือจริงๆ แล้วอันแสนร้าวรานของผู้ดูแลที่มีลูกหลานมีไหวพริบ สอบได้แต่ไม่มีลู่ทางเรียนรู้โดยไม่คุ้นเคยคำว่า บริจาคเงิน

 บริจาคเงิน

บริจาคเงิน

บริจาคเงิน หากจะเล่าไปแล้ว เมืองไทยของดีฉันก็ติดอันดับในเรื่องราวการบริจาคเงินกับเขาอย่างเดียวกัน เทียบเคียงชั้นคนมั่งคั่งแถวหน้าก็ว่าได้หากเอากรณี บริจาคเงินมาเป็นตัววัด ปี สองพันสิบสี่  ข้าพเจ้าติดอันดับ  3 เรื่องราวบริจาคเงินเลยทีเดียว ก็เพราะว่าคนไทยขี้เห็นอกเห็นใจ และการบริจาคเงิน มีผลค้นหามาแล้วว่าเป็นขั้นตอนที่สบายสุด ๆ ที่คนข้าพเจ้าจะบริจาคกัน อย่างตอนนี้ที่มีข่าวออกทีวี ชาวไทยนี้ดี บริจาคให้วัดซะมากหลาย จนขโมยมาจี้ ตู้บริจาคไปแล้วถึง แปดใบ ปัจจุบันนี้ก็ต้องรับเสียสละกล่องรับบริจาคไปพลาง ๆการ บริจาคเงิน ในเรือนดีฉันนิยมบริจาคให้กับสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ ด้วยจะเน้นการบริจาคเงิน ให้เพื่อสงเคราะห์ลูกกำพร้า การบริจาคเงิน เพื่อให้เป็นทุนการศึกษาผู้เยาว์ พร้อมกับถ้าหากเป็นตอนที่มีปัญหาเรื่องภัยพิบัติต่าง ๆเช่นปี 54 ที่มีอุทกภัยกับปี สี่สิบหก ที่เกิด สึนามิ ชาวไทยก็มีการ บริจาคเงิน กันอย่างมากมาย ส่วนสิทธิ์ผลที่ได้มาถ้าหากมีการบริจาค อย่างคนที่เสียสละอย่างอื่นที่มิใช่ตัวสตางค์ เพราะด้วยบางท่านก็ไม่เป็นที่นิยม บริจาคเงิน แต่ จะบริจาคข้าวของเครื่องใช้ทดแทน หรือ เสียสละเลือด บริจาคเกร็ดเลือดที่อาจจะทำได้ทุกเดือน กับถ้าหากใครเครื่องใช้ที่ที่อาศัยมากก็สามารถชี้ทางเสียสละได้ กับใครพร้อมทั้งที่จะสละสรีระ แขนขา ดวงตา ก็อาจจะทำได้หากไม่อยากได้บริจาคเงิน การบริจาคเงิน ตรงนั้นทันทีมีการกำหนดเป้าประสงค์ชัดเจน อาทิ  บริจาคเงิน สำหรับไถ่ชีวีวัวควาย บริจาคเงิน เพื่อให้ เลี้ยงดูน้ำหลาก สิ่งนี้จะทำเอาข้าพเจ้ารู้ว่าเงินดิฉันไปแห่งไหนบ้าง อย่างที่วัดวาอาราม การบริจาคเงิน บางวัด สละ 10 บาท 20 บาท ก็มีการขึ้นชื่อเสียงเรียงนาม แจ้งไว้ว่าใครบริจาคบ้าง ส่วนการใช้ประโยชน์ก็ต้องสุดแต่วัดว่าจะใช้ประโยชน์จัดการอย่างไร

บริจาคเงิน

บริจาคเงิน

การบริจาคเงิน หรือ การให้ทานสมัยปัจจุบัน หากจะทำก็ต้องคัดเลือกทำให้ดี ให้ตรงจุด อาทิเช่น การซื้อนก ปลา เพื่อชี้บอกไปปล่อย หากมีเจตนาดีก็อย่าไปจับจ่าย นกปลาที่เขามีการเตรียมไว้ มันก็ดุจดังไปสนับสนุนให้เขา ไปจับ ไปล่อมาขาย กับนกที่ข้าปล่อย ๆ ไป มันก็เปลี่ยนมาที่เดิม ก็นกมันคงอยู่แต่ในกรงไม่รู้จะไปไหน กับการ บริจาคเงิน ให้เด็กวนิพก หรือคนขอเงินต่าง ๆ ยิ่งให้ก็เหมือนกับเป็นการเอาใจช่วยให้มียาจกอยู่ถัด ลองเราไม่ให้ ไม่ส่งเสริม เขาก็เลิกขอกันไปเอง การบริจาคเงินชั่ววูบนี้ ดูจะเป็นเรื่องปกติวิสัย ไปแล้วสำหรับคนทั่ว ๆไป เพราะแค่คิดว่าหยอดไป ไม่กี่เงิน ไม่ต้องคิดกระไรมาก เช่น ตู้ที่ตั้งอยู่ในร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ หรือในห้างที่ จ่ายสตางค์ค่าของใช้เสร็จปั๊บ ก็เจอตู้บริจาค เราก็ทำจนเป็นความชอบพอที่ต้องหยอด โดยไม่รู้ว่าเงินตรานั้นเอาไปทำสิ่งไร เอาไปไหน  หรือการบริจาคเงินกับสื่อต่าง ๆ ที่มีการโหนทางต่าง ๆ ให้ดิฉัน บริจาคเงินกัน เมื่อก่อนจะมีการชี้ชวนคนบริจาคเงินด้วยมีการขับกล่อม คนก็โทรเข้าไปเสียสละเยอะแยะ หากใครมีใจที่ได้คิดจะสละจริง ๆ ก็ยั้งคิดกันสักนิดก่อนคิดดูที่จะหยอดเงินตรา หรือโอนเงินตราให้ใคร ถ้าหากคิดว่าใช่ ก็เสียสละไปเถอะ อย่างน้อย ๆ ก็ทำให้สบายใจ เงินจะไปไหนก็ค่อยมาว่ากัน

บริจาคเงินแล้ว เว้นแต่ว่าได้ความเพลิดเพลินใจ หากใครสละบ่อย ๆ ก็ลองดูเรื่องราวการลดหย่อนเงินภาษีไว้บ้าง คนกินค่าจ้างรายเดือนที่ค่าแรง สอง 3 หมื่นทางบ.ของข้ามีการหักสตางค์ได้ส่งภาษีอากรไปทั้งหมดเดือนหากเรา มิได้นำสตางค์ที่กระผมบริจาค ไปทั่วเดือนมาหักลดหย่อนภาษีอากร คิดว่า ค่าจ้างรายเดือน 25,000 รวมเงินพิเศษ อีกโดยประมาณ แปด 9หมื่น รวมแล้วชำระภาษีอากรไป จวน หกพัน ถ้าเลี้ยงสายเลือด บิดา แม่ด้วย พร้อมกับ ใช้สิทธิ์ลดจากการบริจาคเงินมาคลุกคลีด้วย ก็จะได้ส่งคืนเงินภาษีแน่แท้ หากข้าบริจาคให้สถานศึกษาตามที่สรรพากรกะเกณฑ์ มากแห่งก็จะนำมาหักลดได้ถึง สองเท่าของยอดเงินตราบริจาค แต่ทั้งนี้ต้องดูระเบียนจากภาษีพร้อมกันไปกับเพื่อจะได้ใช้สิทธิให้มากพอ

บริจาคเงิน ดิฉันจะเสียสละที่ใด เมื่อไร หรือให้ใครก็ได้เป็นเงินของดิฉัน สิทธิ์ของดีฉันที่จะ บริจาคเงิน แต่ ทดลองนิดนึงว่า เขาเอาไปทำเช่นไร ที่ใด ให้พร้อมด้วยใคร น่าไว้วางใจมากน้อยแค่ไหน อย่าแค่ โยน ใส่ตู้ ไม่ได้ดูตาม้าตาเรือ ทำแล้วก็ให้ดีนิด ถ้าหากข้าพเจ้าครุ่นคิด จะ บริจาคเงิน



เครดิต : https://www.unicef.or.th/supportus/th/campaign/Earthquake_Nepal_th

No comments:

Post a Comment