Sunday, March 6, 2016

รับอุปการะเด็กกำพร้า เพื่อชีวิตที่สดใส ร่วมสร้างอนาคต ให้เด็กกำพร้า ร่วมกัน รับอุปการะเด็กกำพร้า

รับอุปการะเด็กกำพร้า

ปัจจุบัน ปมปัญหา เด็กกำพร้า ได้เปลี่ยนไปเป็นปมปัญหา ระดับชนชาติ ไปแล้ว ดังที่ เค้ามูล หลาย ๆ ประการ เช่นว่า บุรุษ ผู้หญิง มีธุระ ไม่ทำได้รับผิดชอบบุตรชายได้ ภาระหน้าที่ทางกลุ่มไม่อาจเปิดเผยได้ ขาดแคลนสมาชิก อุดหนุน สิ่งต่าง ๆ กลุ่มนี้เป็นเหตุให้เกิด ปัญหา กำพร้า ขึ้นจำนวนมาก   เราจะเพ่งว่ามีข่าวคราว ในตอน เด็กลูกกำพร้า การละเลยผู้เยาว์ การ รับอุปการะเด็กกำพร้า ให้ชม กราวรูดแม้แต่ละวัน  เค้ามูล หลัก ๆ ที่เกิดผู้เยาว์กำพร้า เกิดจากการขาดความรับผิดชอบ สิ่งของบูรพการีเยาวชนเป็น เอ้ ประกอบด้วยกัน ความไม่พร้อมกับของบิดามารดา, ญาติพี่น้อง รวมกระทั่งถึง คนใกล้ชิดของบิดามารดาผู้เยาว์เอง ที่คือตัวแปรเป็นเหตุให้กำเหนิด ลูกกำพร้า เหล่านี้ขึ้น จากสถิติที่น่าตระหนกตกใจ ข้าพเจ้าค้นพบว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งโลกที่พักอยู่บนโลก ใบ เล็ก ๆ ใบนี้ เสด็จณความยากจน  เด็ก พร้อมด้วย ครอบครัว จำเป็นจะต้องดิ้​​นรนฟันฝ่าเพื่อให้ความรอดชีวิต การปล่อยปละละเลยลูก การขัดขืน  ,เฉยเมย,ขัดขวาง กับ แม้นแม้กระทั่งการล่วงละเมิดทางเพศ เข้ากับ ลูก ก็เกิด ขึ้น และมีให้เห็นบ่อย ๆ  ในทางกลับกัน คำถาม ผู้เยาว์กำพร้า ก็เกิดขึ้นมาโดยตรง กับ ตัวการ ที่เรียกว่าความ “ ยากจน “  ด้วยเนื้อความนี้ ดีฉันจึงสังเกต สมาคมต่าง ๆ ออกมา ขอร้องความร่วมแรง ในการ รับอุปการะเด็กกำพร้า อย่างเหลือใช้

รับ<b><u>อุปการะเด็กกำพร้า</u></b>

รับอุปการะเด็กกำพร้า

ปริศนา ลูกลูกกำพร้า ล่าสุดได้ถูกเฉยเมย พร้อมทั้งนับวันจะกลายคือปัญหากินเวลา ชั่วแก่การเกลา พร้อมด้วยตรวจทานจากที่ทำงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หน่วยงานในสังกัด กรมพัฒนาสังคม และ สวัสดิการ  กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเฝ้าคอยเป็นลู่ทาง แก้ไขปัญหาปมปัญหา ในกระทำ รับอุปการะเด็กกำพร้า ซึ่งดีฉันจะเห็นว่าประจุบัน มีการนำผู้เยาว์ ของกระทำ ไปชี้นำมาจาก บ้านพักอาศัยเด็กต่าง ๆ ออกมา ทำทรมานทรกรรม หรือใช้แรงงานผู้เยาว์ หรือชี้นำไปออกตัวต่อให้ คฤหบดี ทั้งภายใน กับ นอกรัฐ สำหรับเสาะแสวงหาประโยชน์ของผู้เยาว์กำพร้า

รับอุปการะเด็กกำพร้า หรือ การรับเยาวชนกำพร้า  ที่เป็นสายเลือดของบุคคลอื่นมารับใช้ อาจพบมองดูมีในสังคมไทยรับมานมนาน เช่น รับอุปการะเด็กกำพร้า จาก เชื้อสาย ญาติ กับคนที่รู้จักสนิทสนม กันดี แต่ขาดแคลนกองทุน

 

       การ รับอุปการะเด็กกำพร้า แบบกฎหมายขึ้นต้นมีขึ้นขณะมี การประกาศใช้ประมวลกฎปฏิบัติแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ซึ่งออกกฎให้จำเป็นมีการจดรายชื่อ ตามพ.ร.บ. จดทะเบียนสกุล ในปี พ.ศ. 2478

     ใน   พ.ศ. 2508 กรมประชาสงเคราะห์ ได้ ดำเนินการเตรียมหาจัดวงศ์วาน ที่ อุปการะเด็กกำพร้า ที่ โดนเพิกเฉย โดยมีการออก เป็นกรอบ กรมประชาสงเคราะห์ ว่าด้วยการบรรเทาทุกข์เด็กกำพร้า โดยแนวจัดหาผู้ค้ำจุนให้แก่เด็กลูกกำพร้า ถึงกระนั้นการดำเนินงานดังกล่าวข้างต้นก็ยังกำกัดอยู่เฉพาะเยาวชนกำพร้า แค่ในความอุดหนุนของกรมประชาสงเคราะห์เท่านั้น พร้อมด้วย ในตอนนั้นอีกต่างหากไม่มีการคะเนให้หน่วยงาน สถานพยาบาล หรือ มูลนิธิ ที่มีเยาวชนลูกกำพร้า ถูกทิ้งขว้างจะต้องส่งเด็กให้กรมประชาสงเคราะห์ พร้อมกับไร้ข้อบัญญัติกับหน่วยงานเฉพาะที่จัดการอาชีพจำกัดป้องกันงานด้านการ รับอุปการะเด็กกำพร้า มักเกิดช่องว่างมอบให้มีการสืบผลจากเด็กกำพร้ากลุ่มนี้ ที่พบในรูปแบบของการรับเด็กเป็นลูกชายลูกสาว ราวปี พ.ศ.2519 - 20 มีการทำการค้าเด็กลูกกำพร้าให้กับชาวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ จึงได้มี  มาตรการป้องกันการ การ รับอุปการะเด็กกำพร้า

โดย ห้ามร.พ. สถานพยาบาล หรือ สมาคม ต่างๆ ยกเยาวชนกำพร้าให้แก่ผู้ใดไปเลี้ยงดูหรือรับไปเป็นลูกหลานบุญธรรม ต่อมามีการจัดตั้ง "ศูนย์อำนวยการรับบุตรบุญธรรม" และมีการร่างเทศบัญญัติเฉพาะออกมาเรียกว่า พระราชบัญญัติการยอมรับลูกเป็นลูกเลี้ยง เป็น "ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม" จนปัจจุบัน ซึงนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การรับลูกเป็นลูกบุญธรรมไม่ว่าผู้เยาว์นั้นจะเป็นเด็กมี พ่อ แม่ กับเด็กกำพร้าถูกทิ้ง ต้องดำเนินการภายใต้ข้อคัดลอก ของพ.ร.บ.การรับเยาวชนเป็นบุตรบุญธรรมทุกประการ

 รับอุปการะเด็กกำพร้า

       ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมนั้นมีอยู่หน้าที่รับผิดชอบในการมอบให้บริการด้านการสั่งการสวัสดิการเด็กโดยการ

หาญาติพี่น้องทดแทน ให้กับเยาวชนลูกกำพร้า หรือเยาวชนที่ พ่อ แม่ ไม่อาจมอบให้การเลี้ยงดูอุปถัมภ์ค้ำชูผู้เยาว์ได้ และเยาวชนที่มีคำประกาศิตศาลสนองการให้ความยินยอมพร้อมใจของพ่อแม่เยาวชน โดยปฏิบัติตามพ.ร.บ.การยอมรับเยาวชนเป็นบุตรบุญธรรม และต้องดำเนินการแบบกรรมวิธีของข้อบัญญัติอย่างถูกต้อง

โดยจะต้องยึดหลักธรรมาภิบาล สำหรับเฟ้นหาสกุลที่พอสมควรในการประกอบกิจเป็นพ่อแม่ให้แก่เยาวชน เพื่อให้เด็กได้มีความเจริญที่ดีทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ จิตใจ พร้อมทั้งเข้าสังคม รวมทั้งให้การศึกษา เพื่อให้มีชีวิตเป็นคนที่มีคุณค่าของแวดวงต่อไปในอนาคตกาล

ขั้นตอนการติดต่อขอเป็นครอบครัวอุปถัมภ์ หรือ รับอุปการะเด็กกำพร้า

ในกรุงเทพมหานคร อาจจะสื่อสารได้ที่ ฝ่ายครอบครัวอุปถัมภ์ ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หรือที่ที่ประกอบการพัฒนาสังคมและสวัสดิการกทม.  ส่วนในต่างจังหวัด ติดต่อได้ที่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในเมืองที่ผู้ขออุปการะมีภูมิลำเนาอยู่

โดยต้องใช้ใบสำคัญดังนี้

  1. ทะเบียนบ้าน ( สำเนา )
  2. บัตรประจำตัวประชาชน ( สำเนา )
  3. ทะเบียนสมรส หรือ ทะเบียนหย่า หากมี ( สำเนา )
  4. ใบรับรองแพทย์ ( โรงพยาบาลรัฐ )
  5. รูปถ่าย 2 นิ้วครึ่ง จำนวน 2 รูป

การติดตามการเลี้ยงดูเด็กกำพร้าที่ขออุปการะ

   เมื่อครอบครัวอุปการะที่ได้รับอนุมัติ ให้นำผู้เยาว์ไปอุปการะช่วยเหลือ นักสังคมสงเคราะห์ที่ยอมรับผิดชอบจะเกาะติดเยี่ยมเด็กกำพร้าและครอบครัวเป็นระยะระยะ เพื่อให้ติดตามและให้คำขอคำแนะนำชักชวนในการเอาใจใส่ดูแลเด็ก เพื่อให้ผู้เยาว์ลูกกำพร้าและครัวเรือนเข้าอยู่กับอย่างฉลุย โดยในปีแรกจะตรวจจับเยี่ยมเยียนทุก 2 เดือนต่อครั้ง ส่วนในปีถัดถัดไปจะไปหาตามความพอเหมาะแต่ไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง จนกว่าผู้เยาว์กำพร้าที่ส่งเสียจะมีอายุครบ 18 ปีครบ หรือเปลี่ยนวิธีการความเกื้อกูลลูกเป็นการขอรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรม

ขบวนการการดำเนินงานของวงศ์ญาติ รับอุปการะเด็กกำพร้า               

  1. ผู้มีความหวัง รับอุปการะเด็กกำพร้า ที่อยู่ในความเลี้ยงดูของสถานอนุกูลของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

                1.)           รับเรื่องและสัมภาษณ์ข้อมูลเบื้องต้น พร้อมกับสังเกตงานพิมพ์และให้คำชี้ช่องต่างๆ

                2.)           สำรวจไปหาที่อยู่กับสอบพฤตินัยเกี่ยวกับสภาพชีวิตและความสมควร ทั้งนี้อาจร้องของานพิมพ์ทำให้ดีขึ้นในรายที่นำงานพิมพ์มาให้ครบถ้วน ประกอบการพินิจคุณสมบัติ

                3.)           มีดำเนินเรื่องร้องขออนุมัติคุณลักษณะต่ออธิบดี เพื่อให้ผู้ขอส่งเสียเด็กลูกกำพร้า ที่มีคุณวุฒิเหมาะไปพบลูกที่สถานสนับสนุน

                4.)           แจ้งให้ผู้ขอคุณเด็กลูกกำพร้าทราบ กับมีการส่งจดหมายการเข้าพินิจเยาวชนให้สถานที่ช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องทราบ

                5.)           ผู้ขอคุณพบผู้เยาว์ลูกกำพร้าที่พึงปรารถนาจะรับส่งเสีย สถานที่อุปถัมภ์บอกกล่าวประวัติเด็กที่พอเหมาะและอาจจะมอบให้ให้ไปอุดหนุนได้ แล้วดำเนินการขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้ให้ลูกกำพร้า

                6.)           บอกกล่าวให้ผู้ให้เยาวชนกำพร้าทราบ และส่งรายงานแจ้งสถานส่งเสริมให้มอบลูกแก่ผู้ร้องขอ รับอุปการะเด็กกำพร้า

                7.)           ในกรณีที่ผู้ขอเกื้อกูลผู้เยาว์ลูกกำพร้ามีคุณลักษณะไม่เหมาะสม จะแจ้งให้ผู้ขอให้ผู้เยาว์รู้เป็นหนังสือ

                8.)           ตามการอุดหนุนลูกกำพร้าในปีแรกเยี่ยมทุก 2 เดือน ในปีถัดไปไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง ตามความพอดี

 

  1. ผู้แสดงความประสงค์ร้องขออุดหนุนเด็กลูกกำพร้าถูกละเลยซึ่งมีผู้เลี้ยงดูไว้ในญาติ

                1.)           รับข้อความ และสอบถามข่าวคราวเบื้องต้น พร้อมสังเกตเอกสารและให้ข่าวสารต่างๆ

                2.)           สำรวจไปพบที่อาศัย และสอบการปฏิบัติเกี่ยวกับสภาพการดำรงชีวิตตามความพอดี และข้อเท็จจริงเหตุด้วยเรื่องราวความเป็นมาของลูกกำพร้า

                3.)           เรื่องที่ลูกลูกกำพร้าไม่มีสิ่งพิมพ์หลักฐานเกี่ยวกับตัวเอง และผู้รับอุดหนุนผู้เยาว์กำพร้าไม่ต้องการส่งผู้เยาว์เข้าสถานที่สนับสนุนเพื่อทำหน้าที่เรื่องใบแสดงหลักฐานของเยาวชน  ให้ดำเนินเรื่องขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้ส่งเสียเยาวชนลูกกำพร้า

                4.)           กรณีที่ผู้เยาว์กำพร้ามีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่อาศัยของผู้ร้องขอแล้ว ให้ดำเนินเรื่องขออนุมัติอธิบดีให้เป็นผู้ส่งเสียผู้เยาว์ลูกกำพร้าและขออนุมัตินำชื่อเยาวชนลูกกำพร้าเข้าไปอาศัยในความอุปถัมภ์ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

                5.)           สถานสนับสนุนเพิ่มสมญานามเด็กกำพร้าเข้าทะเบียนบ้าน พร้อมทั้งส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับเด็กกำพร้า

                6.)           เกาะติดการส่งเสียผู้เยาว์ลูกกำพร้า โดยในปีแรกต้องเยี่ยมเยียน 2 เดือน ต่อครั้ง และปีถัดไปไม่น้อยกว่าปีละ 3 ครั้ง ตามความสมควร

ขั้นตอนการดำเนินการขอคุณผู้เยาว์ลูกกำพร้าในสถานบรรเทาทุกข์ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการแบบครอบครัวอุปถัมภ์

เราจะเห็นได้ว่า วิธีการการดำเนินการขอ รับอุปการะเด็กกำพร้า ไม่ยุงยากเลย แค่เพียงดิฉันมีจิตใจที่คิดจะพยุง เด็กเหล่านี้ก็จะได้ รับเกื้อกูล แล้ว



ขอบคุณบทความจาก : https://www.unicef.or.th/supportus/th

No comments:

Post a Comment